การ์ตูนที่รัก : The Primal / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

 

 

The Primal

 

เปิดฉากแรก มนุษย์หิน เพศชาย คางใหญ่ อกกว้างเป็นแผ่นหิน ร่างบึกบึน ใช้หอกแหลมแทงปลาในธารน้ำใส เลือดสดๆ แดงฉานไหลริน เขาจับปลาได้หลายตัวเอามาร้อยเป็นพวงแช่ไว้ในสายน้ำ จากนั้นยืนเงื้อหอกขึ้นสูงในท่าเตรียมจ้วงแทง แล้วยืนนิ่งในท่านั้นนานมาก นานเสียจนเป็นส่วนหนึ่งของโลก

มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลก ไม่ควรมากกว่านี้

ทันใดนั้นจระเข้ยักษ์ตัวหนึ่งโผล่ขึ้นจากน้ำ มันอ้าปากกว้างใหญ่มากพอที่จะงับมนุษย์หินหมดทั้งตัว มนุษย์หินหงายหลังลงน้ำแล้วดำลงลึกซ่อนตัวหลังโขดหิน จระเข้ยักษ์ว่ายจากไป

นี่คือไตเติ้ล มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของน้ำ ไม่ควรมากกว่านี้

มนุษย์หินนำพวงปลาเดินกลับบ้าน ระหว่างทางพบไดโนเสาร์มีปีกร่อนลงมา มันดุร้าย น่ากลัว ฟันแหลมคม มนุษย์หินซ่อนตัวในโพรงไม้จึงรอดชีวิตมาได้ เขาคว้าหอกได้เดินต่อไป

เมื่อใกล้ถึงบ้าน เขาพบรอยเท้าไดโนเสาร์ เขากระชับหอกแหลมในมือวิ่งตะบึงสุดฝีเท้า วิ่งเร็วดั่งลมพัดแต่ไม่เร็วเท่าใจตน เขากลับไปทันเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีไดโนเสาร์กินเนื้อตัวใหญ่ มันไล่เธอทันและงาบกินไปทั้งตัว เลือดแดงฉาน ไดโนเสาร์ร้ายกาจนั้นวิ่งไล่ตามเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ มันงาบเธอลงคอไปอีกอย่างง่ายดาย เลือดกบปาก จากนั้นมันวิ่งไล่ตามเด็กผู้ชายต่อ มันคาบเด็กผู้ชายสะบัดคอโยนร่างขึ้นฟ้าแล้วร่วงลงมาในคอของมัน มันงับและเคี้ยว เลือดไหลเป็นทาง เพียงห้านาทีหลังหนังฉาย มนุษย์หินสูญเสียลูกเมียหมดทั้งครอบครัว ฉากทั้งหมดนี้เกิดในม่านหมอกเป็นเงารางๆ ยกเว้นตอนที่เลือดสีแดงสดไหลนอง

นี่คือผลงานจากการ์ตูนเน็ตเวิร์ก สตูดิโอเจ้าของงานอย่างพาวเวอร์พัฟเกิร์ล

 

มนุษย์หินโกรธแค้น เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและคำราม หอกวิ่งใส่ศัตรู ทันใดนั้นพวกมันมีสามตัว และทันใดนั้นอีกครั้งหนึ่งพวกมันยังมีแม่ของมันเป็นทีเร็กซ์มีนอขนาดยักษ์ ยืนตระหง่านเป็นเงาทะมึนในสายหมอกด้านหลัง สัตว์ยักษ์พาสัตว์ใหญ่สามตัวเดินจากไป

มนุษย์หินซึมกลับถ้ำที่อยู่ บนผนังถ้ำมีภาพเขียนเมียและลูกสองคนบนผนัง เขาลบรูปเขียนนั้นแล้วเดินออกจากถ้ำไป เขาปีนหน้าผาสูง ปีนทำไม ปีนขึ้นไปถึงยอดเขา ยืนหมิ่นเหม่ที่ริมผา คิดถึงลูกเมียที่จากไป เขาขยับเท้าเข้าใกล้ขอบผา ดนตรีเร่งเร้า แล้วเขาก็นั่งคู้เข่าลงกอดตัวเอง ลมพัดเส้นผมปลิวไสว

เป็นหนังที่ไม่มีบทพูด มีเพียงดนตรีประกอบและเสียงคำรามของสัตว์ ถ้าโลกยังไม่มีคำว่า “เศร้า” มนุษย์ถ้ำจะเศร้าเป็นหรือเปล่า ถ้าโลกมนุษย์ยังไม่มีคำว่า “ฆ่าตัวตาย” เขาจะฆ่าตัวตายเป็นไหม ความเศร้าและการฆ่าตัวตายมิใช่ความรู้สึกปฐมภูมิ หิวและร่วมเพศจึงเป็นเรื่องปฐมภูมิ

แล้วความรักเล่า?

มนุษย์หินเดินทางพเนจรไปตัวคนเดียว เขาจับปลาเป็นอาหารเหมือนทุกวัน ทีเร็กซ์ขนาดย่อมตัวหนึ่งแย่งปลาของเขาไป เขาไล่ตามทีเร็กซ์ตัวนี้ไปจนถึงรังของมันเพื่อเตรียมสังหาร ที่รังของมันเขาเห็นทีเร็กซ์คายปลาเลี้ยงลูกน้อยสองตัว มนุษย์หินหยุดชะงัก แม่ลูกสองมองกลับมาด้วยสายตาดุร้าย ทีเร็กซ์เด็กๆ สองคนมองมาด้วย เสียงร้องครางหงิงๆ เหมือนไม่รู้ความ มนุษย์หินยืนงงไม่รู้ควรทำอะไรต่อ

มนุษย์หินมีเอ็มพาธีย์ (empathy) ความสามารถในการล่วงรู้ความรู้สึกของผู้อื่นหรือสิ่งอื่นแล้วหรือยัง?

ฉับพลันนั้นไดโนเสาร์สีแดงมีนอตัวใหญ่ยักษ์โจมตีแม่ทีเร็กซ์ แล้วกัดกินลูกสองตัวของแม่ทีเร็กซ์ไปต่อหน้าต่อตา เลือดสีแดงของเด็กอ่อนอาบเขี้ยวของสัตว์ร้ายน่าสยดสยอง จากนั้นมันหันมาโจมตีแม่ทีเร็กซ์ ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่ามันเหวี่ยงแม่ทีเร็กซ์กระเด็นไปอย่างง่ายดาย มากกว่านี้คือมันมิได้มีเพียงตัวเดียว ไดโนเสาร์สีแดงมีนอตัวใหญ่ยักษ์โผล่เข้ามาอีกตัวหนึ่ง แม่ทีเร็กซ์ตายแน่นอน

มนุษย์หินเลือดขึ้นหน้า เขาปาหอกปักที่ปากของไดโนเสาร์แดงเลือดกระฉูด จากนั้นคว้าก้อนหินพุ่งเข้าใต้ท้องแล้วทุบขาบอบบางข้างหนึ่งของมันหักกลางทรุดลง ความคมของกระดูกฉีกเนื้อของมันเหวอะออกข้างเลือดไหลลงมา แต่มันยังไม่หมดฤทธิ์ใช้หางฟาดมนุษย์หินกระเด็นไปแล้วหมายเข้าโจมตี มนุษย์หินเล็งหอกอีกครั้งแล้วขว้างใส่มัน หอกนั้นเคลื่อนตัวแหวกอากาศไปช้าๆ สโลว์โมชั่น ผ่านคอหอยของมันทะลุออกด้านหลังไปอย่างแม่นยำและเรียบง่าย เลือดแดงพุ่งตามปลายหอกออกไปกลางอากาศด้านหลังของมัน เป็นเวลาเดียวกับที่แม่ทีเร็กซ์ผู้โกรธแค้นขย้ำครึ่งบนของปากไดโนเสาร์ยักษ์แดงที่กินลูกมันไปแล้วกระชากหัวขาดเหวอะเลือดท่วมจอตายตามไปอีกตัวในทันที

ทีเร็กซ์ป้องกันตัวหรือล้างแค้น? มันล้างแค้นเป็นหรือเปล่า?

มนุษย์หินป้องกันตัวหรือตั้งใจช่วยชีวิตแม่ทีเร็กซ์ที่เพิ่งเสียลูก?

สองชีวิตมองหน้ากัน

 

ไดโนเสาร์สีแดงมีนอขนาดใหญ่ยักษ์ยิ่งกว่าสองตัวแรกโผล่เข้ามา ที่แท้ยังมีอสูรแดงตัวที่สาม มนุษย์หินสู้ไม่ได้ แม่ทีเร็กซ์ก็สู้ไม่ได้ มนุษย์หินกระโดดขึ้นหลังแม่ทีเร็กซ์วิ่งหลอกล่อแล้วปีนขึ้นหลังของอสูรแดงอย่างว่องไวไปจนถึงหัวของมัน มนุษย์หินหักเขี้ยวแหลมของมันออกมาจ้วงแทง เลือดสีแดงทะลักภายในอาบลูกตาสีขาวของมันแดงฉานแล้วมันก็ล้มลงขาดใจตาย

20 นาที จบตอนที่ 1 หนังรวดเร็วทันใจ หากเล่าผิดพลาดในรายละเอียดบ้างขออภัย

 

หนังชุดนี้ยาวสิบตอน คว้ารางวัลเอ็มมี่สามตัวในปีนั้น และมีซีซั่นสองแล้วในปีนี้

เป็นผลงานสร้างของ Genndy Tartakovsky ติดฉลากการ์ตูนผู้ใหญ่ฉายตอนดึก เนื้อเรื่องมิได้อิงข้อมูลใดๆ เป็นแฟนตาซีล้วนๆ คำถามที่การ์ตูนที่รักถามแทรกทีละจุดนั้นเป็นคำถามนอกประเด็นอย่างสิ้นเชิง หนังดูเอามันและมันจริงๆ มีการตัดต่อเป็นหนังยาวเพื่อฉายในโรงหนังหวังผลชิงออสการ์แต่มิได้รับการเสนอชื่อ

มนุษย์หินไร้ชื่อเสียงเรียงนามและทีเร็กซ์คู่กายเดินทางไปด้วยกัน ตอนที่สองพบฝูงงูยักษ์ ตอนที่สามพบฝูงแมมม็อธและสุสานช้าง ตอนที่สี่พบฝูงค้างคาวผีขนาดยักษ์และแมงมุมยักษ์

สองชีวิตเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือกัน เกลียดกัน แล้วช่วยเหลือกันอีก

สองชีวิตพบด้วยตนเองว่าจะรอดได้เมื่อร่วมมือกัน จากแย่งชิงอาหารกันแปรเปลี่ยนเป็นช่วยเหลือกันและแบ่งปันกัน แต่ละตอนมีความยาวเพียงยี่สิบนาทีเล็กน้อย

ตอนที่ห้าพบมนุษย์วานร พิธีกรรม และเวทมนตร์ สัตว์ยักษ์บางตัวสร้างจากฟอสซิล บางตัวลุกขึ้นมาจากตำนานสัตว์ร้ายต่างๆ นานา และบางตัวน่าจะออกแบบขึ้นมาใหม่เพื่อการนี้

หลายท่านอาจจะจำ Genndy Tartakovsky ไม่ได้ แต่แฟนการ์ตูนเน็ตเวิร์กถ้าเอ่ยชื่อ Dexter’s Laboratory และ Samurai Jack จะร้องอ๋อด้วยความระลึกถึง สองเรื่องนี้เป็นผลงานของเขาเช่นเดียวกัน

สำหรับเรื่องใหม่นี้มีชื่อเป็นทางการคือ Genndy Tartakovsky’s Primal

ตอนที่ 9 เรื่องนี้มาแนวเขย่าขวัญเมื่อสองชีวิตพบกับนักฆ่าลึกลับยามวิกาล เริ่มจากพบซากเสือเขี้ยวดาบนอนจมกองเลือดอวัยวะภายในแหลกสลายไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ตามด้วยเสียงกึกก้องกลางป่าในยามค่ำคืนเมื่อนักฆ่าโจมตีฝูงไตรเซอาราท็อปส์นับสิบตัวอย่างไม่กลัวเกรง เสียงโหยหวนของไดโนเสาร์สามเขาที่ดูภายนอกน่าเกรงขามและชิ้นส่วนของพวกมันเกลื่อนกลาดในตอนเช้ายิ่งขับเน้นความน่าพรั่นพรึงของสัตว์ร้ายลึกลับนี้

หรือว่าเรื่องนี้มันจะมิใช่สัตว์ มันกลัวแสง มนุษย์หินจึงใช้ไฟล้อมมัน

 

ตอนสุดท้ายของซีซั่น 1 สองชีวิตสู้ปลายักษ์ในทะเลสาบก่อนที่จะพบหญิงสาวร่างสูง โกนหัว สวมขื่อคาไม้ที่คอและปลอกข้อมือโลหะว่ายน้ำมาถึงฝั่ง

เธอติดตามพวกเขาเงียบๆ ไม่ยอมจากไปไหน มนุษย์หินก่อไฟให้ความอบอุ่นแก่เธอ เธอทำน้ำซุปเนื้อต้มผักให้มนุษย์หินได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรก

ยามค่ำคืนที่มนุษย์หินนอนหลับในวงหางเจ้าสัตว์ยักษ์ เธอจะร่ายรำบูชาพระจันทร์ ด้านหลังคอของเธอมีรอยสักรูปแมงป่อง เป็นที่เปิดเผยในฉากต่อมาว่าเธอยิงธนูได้แม่นยำ

สองชีวิตปลดขื่อคาไม้และทุบปลอกข้อมือโลหะปลดปล่อยเธอ

วันหนึ่งเธอพูดว่าตนเองชื่อมีรา เธอพูดได้ มีภาษาของตนเอง แต่นักดูหนังและมนุษย์หินฟังไม่รู้เรื่อง เธอจึงหยิบกิ่งไม้วาดเรื่องราวให้ดูบนพื้นทราย มนุษย์หินพูดไม่ได้ ได้แต่มองและส่งเสียงคราง

คืนนั้นมนุษย์วานรดุร้ายฝูงหนึ่งโจมตีพวกเขา สองชีวิตต่อสู้ดุเดือด

มนุษย์หินใช้ค้อนทุบมนุษย์วานรแหลกเหลวเลือดแดงฉานไปหลายร่าง เจ้าสัตว์ยักษ์กัดกินและงับขาดสองท่อนเลือดกบปากไปอีกหลายตน แต่พวกมันก็จับตัวมีราขึ้นเรือออกทะเลไปได้ในที่สุด ใบเรือเป็นรูปแมงป่อง

บัดนี้อารยธรรมมนุษย์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

มนุษย์หินเหม่อมองออกทะเลแล้วส่งเสียงว่า “มีรา” จบซีซั่น 1

บทความก่อนหน้านี้‘ก้าวไกล’ ฟันธง ‘ประยุทธ์’ เป็นนายกฯ ไม่เกิน ส.ค.65 เย้ยไม่กล้าลงหลังสือ ก่อกรรมไว้เยอะ
บทความถัดไปหนุ่มเมืองจันท์ : 5 ตุลาฯ และ ‘ฟ้าสาง’