การ์ตูนที่รัก : เฮย ภูตแมวมหัศจรรย์ / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

 

 

เฮย ภูตแมวมหัศจรรย์

 

ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Legend of Hei สร้างจากหนังการ์ตูนจีนฉายเป็นตอนๆ ออนไลน์และทีวีมาตั้งแต่ปี 2011 เป็นที่นิยมกันมาก ชื่อเรื่องว่า The Legend of Luo Xiaohei ส่วนที่มาทำเป็นหนังใหญ่นี้เป็นเรื่องราวก่อนหน้าในซีรีส์

หนังใหญ่ความยาว 100 นาทีนี้เปิดเรื่องได้น่ารักน่าดึงดูด สำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักแมวเฮยมาก่อนน่าจะตรึงใจได้ไม่ยาก ด้วยลายเส้นเรียบง่ายและดวงตากลมโตสีดำก็สามารถอะนิเมทลูกแมวตัวหนึ่งให้มีชีวิตได้แล้ว

หนังเปิดเรื่องด้วยการจุติของแมวน้อยกลางป่าสีเขียว ตามด้วยฉากฝูงสัตว์วิ่งหนีภัยร้ายบางอย่าง ตอนแรกเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ถูกโค่น ต่อมาเป็นกระสุนปืนที่ไล่ยิงแมวน้อยสีดำซึ่งต่อไปจะมีชื่อว่าเสี่ยวเฮย จากนั้นแผ่นดินก็ถล่มก่อนที่จะเฉลยว่าเป็นฝีมือของรถแบ็คโฮขนาดยักษ์ บัดนี้ป่าถูกทำลาย

เสี่ยวเฮยร่อนเร่เข้าเมือง เป็นเมืองทันสมัย มีวัยรุ่นสามคนถือไม้ไล่ฟาด ตอนที่เสี่ยวเฮยจนมุมมันกลายร่างเป็นแมวดำยักษ์ดุร้าย เป็นเวลาเดียวกับสิงโตที่ดุร้ายยิ่งกว่าปรากฏตัวกำจัดวัยรุ่นเกเรสามคนนั้นไปเสีย สิงห์นั้นคืนร่างเป็นภูตหนุ่มชื่อเฟิงซี

เฟิงซีเสียงนุ่ม ใจดี ยิ้มอบอุ่น เขาพาเสี่ยวเฮยกลับเข้าป่าไปพบเพื่อนๆ ของเขาซึ่งเป็นภูตด้วยกัน แต่ละคนมีฤทธิ์เดชเฉพาะตัว ทุกคนต้อนรับเสี่ยวเฮยด้วยดี ตอนนี้เสี่ยวเฮยมีอีกร่างเป็นเด็ก ซึ่งในตอนแรกคนดูจะไม่แน่ใจนักว่าเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย แต่จะว่าไปก็ไม่สำคัญอะไร

หนังจบท่อนแรกนี้ด้วยความอบอุ่น เสี่ยวเฮยมีเพื่อนและมีบ้านแล้ว

ช่วงที่สองเปิดตัวหนุ่มหล่อขรึมนามอู่เซี่ยน อู่เซี่ยนเป็นมนุษย์ เป็นยอดฝีมือ ทำงานกับสำนักคุ้มกัน เขาเป็นหนึ่งในผู้คุ้มกันที่มีฝีมือสูงสุด เขาตามล่าเฟิงซีมาถึงที่ เฟิงซีและเพื่อนๆ สู้ไม่ได้แตกกระเจิงทิ้งเสี่ยวเฮยเอาไว้ อู่เซี่ยนจึงมัดตัวเสี่ยวเฮยออกเดินทางกลับสำนักคุ้มกัน

ถึงตอนนี้คนดูที่ไม่รู้เรื่องมาก่อนนอกจากจะไม่รู้ว่าเสี่ยวเฮยเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชาย ก็จะยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของความบาดหมางระหว่างพวกภูตกับสำนักคุ้มกันด้วย นอกเหนือจากข้อมูลที่ว่าผู้คุ้มกันส่วนใหญ่เป็นภูต

ชวนให้กังขามากขึ้นไปอีกว่าเพราะอะไรอู่เซี่ยนซึ่งเป็นมนุษย์ทำงานให้สำนักคุ้มกัน และคุ้มกันอะไร

หนังช่วงแรกเล่าเรื่องได้ดี น่าสนใจ น่าสงสัย และน่าติดตาม เสี่ยวเฮยผูกขาดความน่ารักน่าชังทั้งลายเส้นและน้ำเสียง เฟิงซีใจดีและเป็นมิตร อู่เซี่ยนมาดขรึมไม่พูดจาและดูเหมือนจะใจร้าย เสี่ยวเฮยรับรู้ข้อมูลว่าพวกมนุษย์ใจร้ายมาก่อนแล้วจึงพยายามหนีจากอู่เซี่ยนทุกครั้งที่มีโอกาสแต่ไม่เคยสำเร็จ อู่เซี่ยนและเสี่ยวเฮยล่องแพผจญภัยข้ามทะเลมาด้วยกันจนถึงเมืองใหญ่สมัยใหม่ที่ซึ่งอู่เซี่ยนให้ข้อมูลว่ามีประชากรหลายล้านคน และมีภูต 500 ตน

ธีมหลักของหนังเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับภูต มนุษย์รุกรานป่าและที่อยู่อาศัยของภูต ภูตกลุ่มหนึ่งพยายามหาทางออกและสร้างสำนักคุ้มกันมาเพื่อการนี้ ในขณะที่ภูตหัวรุนแรงบางกลุ่ม เช่น เฟิงซี ไม่คิดประนีประนอม เสี่ยวเฮยถึงกับบอกว่า “เฟิงซีไม่ใช่คนไม่ดี” ตามด้วย “อู่เซี่ยนก็ไม่ใช่คนไม่ดี” เสี่ยวเฮยยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นหมากสำคัญของทั้งสองฝ่าย

สนุกดีครับ แม้ว่าพล็อตเรื่องจะไม่มีอะไรแปลกใหม่

เวลาพบหนังที่ไม่มีประเด็นใหม่ๆ งานแอนิเมชั่นและมุขต่างๆ จะเป็นตัวสำคัญ ฉากต่อสู้ทำได้ดี รวดเร็ว สนุก น่าตื่นตา แม้ว่าบางครั้งจะสู้กันยาวนานจนต้องรอคอยแต่ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมของหนังกำลังภายในสมัยใหม่ไปแล้วที่สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ไม่หมดไม่ยอมเลิก เวลาพบหนังแบบนี้การได้สัมผัสแง่มุมอื่นๆ จึงเป็นเรื่องน่าค้นหา

สำนักคุ้มกันมีภูตที่ดีมีความสามารถมากมาย พวกเขาพูดเหมือนๆ กันว่าเราจะหาทางออก ภูตกับมนุษย์จะหาทางอยู่ร่วมกัน แต่ในความเป็นจริงมนุษย์มิได้หยุดรุกราน การทำลายป่าเพื่อสร้างเมืองมีให้เห็นเรื่อยๆ ภูตบางตนก็ติดรสนิยมหรูของมนุษย์หรือสมาร์ตโฟนไปแล้วเรียบร้อย จะว่าไปนี่เป็นประเด็นร่วมสมัยมาก นั่นคือฝ่ายโลกสวยก็สวยอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่มีวันที่จะมีทางออกได้เลย หลายคนคิดดีและหลายคนได้ประโยชน์จากสิ่งที่เป็นอยู่

ที่สำนักคุ้มกันเป็น รวมทั้งที่อู่เซี่ยนกับเสี่ยวเฮยน่าจะเป็นไปด้วยในตอนท้าย คือฝันหวานไปวันๆ ว่าเรื่องนี้มีทางออก คล้ายๆ ปัญหาโลกร้อนวันนี้ที่เราๆ ทำได้แค่ฝันหวานไปเรื่อยๆ ว่าเรื่องนี้จะมีทางออกทั้งที่ไม่มีวันจะมีทางออกเลยหากโลกขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจบริโภคแบบที่เป็นอยู่ การใช้พลังงานของมนุษย์โลกเกือบแปดพันล้านคนวันนี้ย่อมทำลายโลกแน่นอนต่อให้นานาประเทศจะร่วมมือกันวันพรุ่งนี้ก็ตาม

ซึ่งก็ไม่มีวี่แววว่าพลโลกจะเสียสละร่วมกันได้แต่อย่างใด

บ้านเมืองของเราก็เช่นกันนะครับ เราฝันหวานว่าอะไรๆ จะดีขึ้น

อาการฝันหวานเป็นกลไกทางจิตเรียกว่าแฟนตาซี (fantasy) เราแฟนตาซีเอาเองว่าทุกอย่างจะดีขึ้นโดยไม่ได้ลงมือทำอะไรที่สำคัญ คล้ายๆ เราแฟนตาซีเอาเองว่าสถานการณ์โควิดจะดีขึ้นทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรที่ตรงประเด็น

สำนักคุ้มกันในการ์ตูนไม่ได้ทำอะไรกับพวกมนุษย์ให้เราเห็นเลย พวกเขาเอาแต่ปราบพวกภูตหัวรุนแรงอย่างเฟิงซี ดูไปก็งงๆ อยู่ว่าทำไมผู้สร้างถือหางข้างเดียว เดาได้ว่านี่น่าจะเป็นภาคแรก ถ้ารายได้งามน่าจะมีภาคต่อ

ท่านที่ตาไวจะรู้จักนาจาตั้งแต่ฉากแรกที่เขาปรากฏตัว ก่อนที่จะเฉลยในตอนท้ายเมื่อเขาใส่เสื้อนาจาให้เห็น จะเห็นว่าแม้แต่เทพอย่างนาจาก็ติดเซลฟี่และชื่อเสียงไปเรียบร้อยแล้ว เขาออกอาการแปลกใจทุกครั้งถ้าพบว่ามีคนไม่รู้จักเขา ประเด็นคือไม่เพียงภูตถูกรุกรานและกลืนกิน เทวดาก็ไม่พ้น

ธีมหลักของเรื่องจึงอาจจะมิใช่เรื่องภูตจะอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างไร แต่น่าจะอยู่ที่อู่เซี่ยนและเสี่ยวเฮยจะไม่ถูกกลืนกินได้อย่างไรเสียมากกว่า โดยมีหลายฉากที่แสดงให้เห็นว่าทั้งสองก็ติดเทคโนโลยี รสชาติอาหาร และระบบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ไปเรียบร้อยแล้ว

โลกคงไม่เปลี่ยนแปลง สำคัญว่าเราต่างหากจะทำตัวอย่างไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามโลกมากจนเกินไป

บทความก่อนหน้านี้บช.น.แสดงความเสียใจเหตุชายขี่จยย.ชนตู้คอนเทนเนอร์ดับกลางดึก
บทความถัดไปสำนักพุทธฯ ไม่วิเคราะห์แทนปชช. 2 พส.ไลฟ์เฟซฯ ชี้เจ้าอาวาสมีหน้าที่เตือนได้ถ้าไม่เหมาะ