การ์ตูนที่รัก : Pierre ว่าด้วยการกลืนกิน / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

 

 Pierre ว่าด้วยการกลืนกิน

 

นิทานประกอบภาพสำหรับเด็กเรื่อง Pierre นี้ เป็นงานเขียนปี 1962 ของ Maurice Sendak (1928-2012) ผู้เขียน Where the Wild Things Are ซึ่งเป็นนิทานประกอบภาพสำหรับเด็กคลาสสิคตลอดกาล

มีการนำนิทาน 3 เรื่องของมอริสมาทำเป็นอะนิเมชั่นเมื่อปี 1973 ได้แก่ The Nutshell Library (1962), Where the Wild Things Are (1963) และ In the Night Kitchen (1970) กำกับฯ โดย Gene Deitch (1924 – 2020) ดนตรีโดย Peter Schickele (1935-) ฉบับที่ผมซื้อมาดูเป็นเวอร์ชั่นปี 1975 อำนวยการสร้างโดย Sheldon Riss กำกับฯ โดย Maurice Sendak ดนตรีและขับร้องโดย Carole King

เฉพาะเรื่อง The Nutshell Library ซึ่งจะใช้ชื่อ The Nutshell Kids ในการ์ตูนสั้นชุดนี้มี 4 เรื่อง คือ Alligators All Around, One Was Johnny, Chicken Soup With Rice และ Pierre ที่จะเล่าถึงในวันนี้

สามเรื่องแรกเป็นบทเพลงร้องพยัญชนะ A-Z , จำนวนนับ และชื่อเดือนสิบสองเดือน สนุกดี

สำหรับเรื่องปิแยร์นี้มีชื่อเต็มตามฉบับหนังสือว่า Pierre : A Cautionary Tale in Five Chapters and a Prologue มีจำหน่ายแยกเฉพาะต่างหาก หาซื้อได้ตามร้านหนังสือต่างประเทศ

ผลงานทั้งหมดที่เล่ามาถือเป็นงานคลาสสิคของมอริส เซนแดค แม้กระทั่ง A-Z, จำนวนนับ และชื่อเดือนสิบสองเดือนก็ยังน่าดูไม่น้อย

กล่าวเฉพาะ Where the Wild Things Are ถือว่าเป็นเรื่องต้องมีประจำบ้านเลยทีเดียว เป็นนิทานที่ถูกนำไปทำละครเวทีหลายครั้งและสร้างเป็นหนังใหญ่เมื่อปี 2009 กำกับฯ โดย Spike Jonze ได้รับคำชมมากมาย

 

เรื่องปิแยร์นี้เป็นบทเพลงร้องตามข้อความในหนังสือ ไพเราะทีเดียว ความยาว 5 นาที

การ์ตูนที่รักหยิบเรื่องปิแยร์มาเล่าสู่กันฟังเป็นการนำร่องก่อนที่จะไปถึงประเด็นสุดท้ายของ Attack on Titan ที่เขียนค้างไว้คือเรื่องกินเนื้อคน หรือ cannibalism ซึ่งเป็นจิตวิเคราะห์ที่โบราณ (archaic) มากที่สุดเรื่องหนึ่ง

ขึ้นชื่อว่าจิตวิเคราะห์แล้วก็จะมีรากมาจากวัยเด็กเสมอ ประมาณไม่เกินอายุ 5 ขวบ บางเรื่องเริ่มมาตั้งแต่เกิด บางเรื่องมาล่าหน่อยหลังอายุ 3 ขวบ กินเนื้อคนมีรากมาจากช่วงอายุ 6-12 เดือน

เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก จึงจะพยายามเขียนด้วยการกลับไปเริ่มต้นที่เด็กชายปิแยร์นี้ก่อน

 

เด็กชายปิแยร์เป็นเด็กดื้อ หน้าตาบอกบุญไม่รับ แม่เข้ามาสวัสดีตอนเช้า คุยด้วยดีๆ ชวนไปกินข้าว เขาตอบซ้ำอยู่คำเดียวว่า หนูไม่สน – I don’t care

เมื่อพ่อเข้ามาพูดดีๆ ด้วย โอนอ่อนตามเขา เอาใจทุกอย่าง แม้แต่กลับหัวพูดกับเขาซึ่งตีลังกาอยู่บนเก้าอี้ ปิแยร์พูดคำเดียว หนูไม่สน – I don’t care

พ่อ-แม่พยายามชวนเขาออกบ้านไปด้วยกัน สารพัดจะพูดหว่านล้อมด้วยดีๆ เขาตอบกลับว่าหนูไม่สน หนูไม่สน หนูไม่สน สุดท้ายพ่อ-แม่หมดใจเดินออกบ้านไป

ปิแยร์อยู่ในบ้าน เจอสิงโตตัวหนึ่ง สิงโตจะพูดอะไรหรือจะทำอะไร เขายังคงตอบคำเดิม หนูไม่สน – I don’t care จนกระทั่งสิงโตบอกว่าจะกินเขาละนะ เขาก็ยังตอบว่า หนูไม่สน – I don’t care อยู่ดี

สิงโตกินปิแยร์ไปทั้งตัว

เมื่อพ่อ-แม่กลับมาบ้าน พบสิงโตนอนท้องอืดไม่สบายตัวอยู่บนเตียงของปิแยร์ พ่อ-แม่ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างด้วยความห่วงใย สิงโตตอบว่า ข้าไม่สน – I don’t care

พ่อ-แม่พาสิงโตไปหาหมอ หมอจับหางสิงโตขึ้นเขย่าๆ เด็กชายปิแยร์ก็ร่วงออกมาจากปาก เขางัวเงีย ยิ้ม ลุกขึ้นขยี้ผมตัวเอง แล้วพูดว่า หนูแคร์ – I care

จบ

 

เรื่องสิงโตกินปิแยร์นี้มิใช่กรณี cannibalism ในความหมายที่ว่าคนกินเนื้อคนหรือสัตว์สปีชีส์หนึ่งกินสปีชีส์เดียวกันเอง (ซึ่งพบได้ในธรรมชาติ) เป็นเพียงกรณีสัตว์กินเนื้อกินเด็กชาย คือ carnivores ซึ่งมี 2 ลักษณะคือกัดกินเป็นคำๆ หรือสวาปามหมดทั้งตัว

สิงโตสวาปามกลืนกินเด็กชายปิแยร์หมดทั้งตัว คำศัพท์จิตวิเคราะห์เรียกว่า incorporate หรือ incorparation เป็นกลไกป้องกันตัวทางจิต (defense mental mechanism) ซึ่งอยู่ในจิตใต้สำนึก (unconscious) เวลาคนเราพบอะไรที่ไม่ชอบและอยากกำจัดทิ้ง ที่ทำได้คือสวาปามมันเข้าไปในตัวเราให้หมด

เหมือนขำขันที่เล่าว่า ทำไมกินปลาเยอะจัง คำตอบว่าเกลียดมัน ขำขันหรือ humor เป็นกลไกป้องกันตัวทางจิตเช่นเดียวกัน

ในกรณีนี้สิงโตท่าจะรำคาญกิริยาและคำพูดของปิแยร์มาก ขนาดเป็นเจ้าป่ายังหมดความสามารถที่จะทำให้เด็กชายเกรงกลัวได้ เมื่อหมดปัญญาจึงกลืนกินให้เกลี้ยงไปเลย

คนเราใช้ incorporation หรือการสวาปามนี้เป็นครั้งแรกระหว่างอายุ 6-12 เดือน คือตอนที่ฟันขึ้น ตอนนั้นแม่แสนดีที่ให้นมโดยไม่มีเงื่อนไขเริ่มมีเงื่อนไข ไม่ค่อยจะว่างเรื่องหนึ่ง ทารกตัวหนักอุ้มกินนมนานไม่ไหวเรื่องหนึ่ง ทารกฟันขึ้นมันเขี้ยวขบกัดหัวนมเจ็บเป็นเรื่องใหญ่ แม่บางคนเริ่มบิดหัวนมออก บางคนตีทารกเพราะเจ็บแล้วลืมตัว บัดนี้แม่ใจดีกลายเป็นแม่ใจร้ายไปเสียแล้ว (good mother&bad mother)

จิตวิเคราะห์ โดยเมลานี ไคลน์ (Melanie Klein 1882 -1960) เรียกระยะนี้ว่า oral- sadistic phase บัดนี้แม่มิใช่แม่คนเดิม น่ากลัว แต่เอาชนะไม่ได้ รักมากอีกต่างหาก อย่ากระนั้นเลยสวาปามแม่เข้ามาเลยจะดีกว่า

เหมือนขำขันที่เล่าว่า ทำไมกินปลาไม่เคี้ยวเลย คำตอบว่ารักมัน ขำขันหรือ humor เป็นกลไกป้องกันตัวทางจิตเช่นเดียวกัน

การสวาปามทางจิตวิเคราะห์มิใช่ได้เนื้อหรือโปรตีนมา แต่เป็นการนำเข้าอัตลักษณ์ (identity) และคุณค่า (value) ด้วย เหมือนที่สิงโตกลืนกินปิแยร์ ไม่เพียงกำจัดปิแยร์ได้ แต่ได้ “ปิแยร์” ไปด้วย เมื่อพ่อ-แม่ถาม สิงโตตอบทันที หนูไม่สน – I don’t care อย่างที่ปิแยร์เคยทำ

ในหนังการ์ตูนสั้น 5 นาทีเรื่องนี้ ใช้เสียงนักร้องหญิงร้องเพลง จึงน่าสนใจว่าหากสร้างเป็นหนังจริงๆ ที่มีบทพูด สิงโตควรพูดด้วยเสียงอะไร เสียงเด็กชายหรือเสียงเจ้าป่า

 

ถึงวันนี้ พวกเราใช้ incorporation หรือการสวาปามน้อยลง เพราะมีกลไกทางจิตอื่นๆ ที่มีสุขภาวะ (healthy) มากกว่าให้เลือกใช้อีกหลายอัน การกลืนกินหรือสวาปามทั้งหมด (all) ค่อยๆ เลือนหายไป หากใครยังใช้อยู่ก็จะมีโอกาสเกิดพยาธิสภาพทางจิตได้มาก เป็นรายละเอียดอีกเรื่องหนึ่ง

เมื่อสิงโตกลืนปิแยร์ลงไป เกิดอะไรขึ้นภายในร่างกายสิงโต และเพราะอะไรปิแยร์กลับออกมาเป็นคนละคน คำอธิบายทางจิตวิทยามีง่ายๆ คือปิแยร์ได้รับบทเรียนถูกสิงโตสั่งสอน ส่วนเรื่องสิงโตท้องอืดเป็นมุขขำธรรมดาๆ

แต่ถ้าเราใช้จิตวิเคราะห์ดูต่อไป ปิแยร์ได้สลายร่างเดิมเรียบร้อยแล้วเมื่อเข้าไปในท้องสิงโต (disintegration) แล้วเกิดใหม่ (resurrection) เมื่อกลับออกมา

เพื่อเข้าใจส่วนนี้ชวนไปดูภาพเขียนของ Luca Signorelli – Resurrection of the Flesh 1499-1502 ที่ Orvieto Cathedral ในอิตาลีที่แสดงให้เห็นการสลายร่างและเกิดใหม่ของมนุษย์ และอ้างถึงคำพูดของนักบุญเปาโลในพระคริสตธรรมใหม่ ดังนี้

“นี่แน่ะ ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกกับพวกท่าน คือเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่จะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกคน ในชั่วขณะเดียว ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีการเป่าแตร และพวกที่ตายแล้วจะถูกทำให้เป็นขึ้นโดยปราศจากความเสื่อมสลาย แล้วเราจะถูกเปลี่ยนใหม่เพราะว่าสิ่งที่เสื่อมสลายได้นี้ต้องสวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้ และสภาพที่ต้องตายนี้ต้องสวมด้วยสภาพที่ไม่ตาย เมื่อสิ่งที่เสื่อมสลายได้นี้สวมด้วยสิ่งที่เสื่อมสลายไม่ได้ และสภาพที่ต้องตายนี้สวมด้วยสภาพที่ไม่ตาย เมื่อนั้นพระวจนะที่เขียนไว้จะสำเร็จว่า “ความตายก็ถูกกลืนเข้าในชัยชนะแล้ว”

1 โครินธ์ 15:51-54 THSV11

https://www.bible.com/174/1co.15.51-54.thsv11

 

เมื่อปิแยร์ออกจากท้องสิงโต เขาเปลี่ยนไป มิใช่เด็กคนเก่า คนเก่าเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่สนใจคนอื่น ไม่เห็นคนอื่นในสายตา พอพัฒนาการข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ เด็กทุกคนจึงเสมือนเกิดใหม่ เป็นคนใหม่ที่รู้จัก “แคร์”

แคร์ เป็นจริยธรรม (moral) ดังที่มอริส เซนแดค เขียนไว้ตอนท้ายของนิทานและเนื้อร้องว่า

The Moral of Pierre is Care

บทความก่อนหน้านี้จีนมีประชากร 1,410 ล้านคน แต่อัตราการเพิ่มจำนวนกลับช้าสุดในรอบ 10 ปี
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” เสนอ 2 มาตรการช่วยเหลือธุรกิจร้านอาหาร จี้รัฐบาลเร่งมือก่อนคนตัวเล็กหมดลมหายใจ