อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : Keep in the dark ภาพสะท้อนความมืดมิด ที่หมักหมมในสังคมไทย

ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

 

Keep in the dark

ภาพสะท้อนความมืดมิด

ที่หมักหมมในสังคมไทย

 

นับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน บ่อยครั้งที่ศิลปะถูกใช้เป็นเครื่องมือรับใช้ชนชั้นนำหรือชนชั้นปกครองผู้มีอำนาจอิทธิพลอย่างกษัตริย์ ศาสนจักร ขุนนาง หรือเศรษฐีผู้มีกำลังทรัพย์มหาศาล ที่คอยอุปถัมภ์ค้ำชูเหล่าบรรดาศิลปินผู้สร้างผลงานขึ้นมา

แต่ในทางกลับกัน ศิลปะเองก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือบันทึกประวัติศาสตร์ทางสังคม เป็นเครื่องมือแสดงออกถึงอุดมการณ์ทางการเมือง

หรือแม้แต่เป็นกระบอกเสียงในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่มวลชนผู้ถูกกดขี่ เอารัดเอาเปรียบโดยชนชั้นนำเหล่านั้นเช่นเดียวกัน

นิทรรศการ Keep in the dark ภาพถ่ายโดยปรีชา ภัทรอมรชัย

เช่นเดียวกับผลงานศิลปะที่ปรากฏในนิทรรศการ Keep in the dark ของ ตะวัน วัตุยา ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยผู้มีชื่อเสียงในระดับสากล จากผลงานภาพวาดสีน้ำสีสันจัดจ้าน ฝีแปรงเลื่อนไหล ฉับไว ไร้กรอบและกฎเกณฑ์

ที่จับเอาลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลต่างๆ หลากหลายถ่ายทอดออกมาได้อย่างเปี่ยมอารมณ์ความรู้สึก

นิทรรศการ Keep in the dark ภาพถ่ายโดยปรีชา ภัทรอมรชัย

 

นิทรรศการ Keep in the dark ภาพถ่ายโดยปรีชา ภัทรอมรชัย

ในนิทรรศการครั้งนี้ ตะวันได้เข้าไปจับจ้องปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคมไทยที่กำลังบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน และบันทึกสถานการณ์เหล่านั้นอย่างฉับพลัน สะท้อนออกมาเป็นผลงานจิตรกรรมสีน้ำ ที่ตีแผ่ความเป็นไปในสังคมรอบตัวในปัจจุบันได้อย่างแสบสัน

ผลงานเหล่านี้เป็นเสมือนปูมการเดินทางของตะวัน ที่ได้เข้าไปพบเจอผู้คนและเรื่องราวทางการเมืองอันแตกต่างหลากหลาย และยังเป็นบทบันทึกสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย นับแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปรากฏการณ์การต่อสู้เคลื่อนไหวของเหล่าบรรดานักเรียน นักศึกษา เยาวชน คนรุ่นใหม่ และประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในปัจจุบัน ที่ผลักดันและยกระดับการเรียกร้องมาได้ไกลและสูงจนทะลุเพดานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ภาพวาดLife Portrait ของสมาชิกกลุ่ม RED USA ลอสแองเจลิส (2016), สีกวอช (gouache) บนกระดาษ

 

ภาพวาดLife Portrait ของสมาชิกกลุ่ม RED USA ลอสแองเจลิส (2016), สีกวอช (gouache) บนกระดาษ

 

ภาพวาดLife Portrait ของสมาชิกกลุ่ม RED USA ลอสแองเจลิส (2016), สีกวอช (gouache) บนกระดาษ

 

“เริ่มจากตอนปี 2016 เราไปหาเพื่อนที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา แล้วพอดีเขากำลังจะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม RED USA (กลุ่มคนไทยผู้รักประชาธิปไตยในแคลิฟอร์เนียตอนใต้) เราก็เลยขอตามเข้าไปด้วย”

“คนไทยกลุ่มนี้ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ตอนอายุยังไม่มาก จนตอนนี้กลายเป็นพลเมืองที่นั่นไปแล้ว แต่ก็มีบางคนที่เพิ่งลี้ภัยการเมืองไปเหมือนกัน เรามีความรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้น่าสนใจตรงที่พวกเขานัดประชุมกันเรื่องประชาธิปไตยแบบนี้ทุกๆ เดือน มาเป็นเวลา 20-30 ปีแล้ว”

“แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็น่าจะเป็นสมาชิกกลุ่มรุ่นสุดท้าย เพราะลูกหลานของพวกเขาเกิดและเติบโตที่นั่น กลายเป็นคนอเมริกันที่ไม่มีอะไรยึดโยงกับประเทศไทยอีกต่อไปแล้ว”

“ด้วยความที่ช่วงนั้นเราเริ่มทำโครงการ Life Portrait (การวาดภาพบุคคลแบบสดๆ) แล้ว เราก็ซื้ออุปกรณ์วาดภาพติดไปเพื่อวาดภาพคนกลุ่มนี้ เราก็ขออนุญาตเขาเข้าไปนั่งวาดภาพพวกเขาตอนที่กำลังนั่งประชุมกันอยู่สองครั้ง เขาก็ให้ด้วยความเอ็นดูว่าเราเป็นเหมือนลูก-หลาน”

“ตอนวาดเสร็จก็ยังไม่ได้คิดว่าจะเอาไปแสดงที่ไหนด้วยซ้ำ แต่พอดีหลังจากนั้น วัคซีน (กฤษฎา ดุษฎีวนิช) ได้เข้ามาที่สตูดิโอของเราหลังจากประชุมเรื่องการจัดนิทรรศการนี้กันครั้งแรก และได้มาเห็นผลงานชุดนี้ ก็เลยกลายเป็นจุดตั้งต้นขึ้นมา”

ตะวันกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขา

ภาพวาดLife Portrait ของผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า (2021), สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดLife Portrait ของผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า (2021), สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดLife Portrait ของผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า (2021), สีน้ำบนกระดาษ

 

“ตอนที่ผมได้เห็นผลงานชุดนี้เป็นครั้งแรก ผมคุยกับศิลปินถึงปัญหาในประเทศที่ส่งผลถึงคนกลุ่มนี้ ก็เลยอยากจะร้อยเรียงและเล่าเรื่องใหม่ โดยเอาผลงานชุดนี้เป็นสารตั้งต้น เพื่อเล่าถึงปัญหาที่ถูกหมักหมมทับถมมาตั้งแต่จุดเริ่มต้นสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ที่ดูเหมือนประชาธิปไตยจะเป็นฝ่ายชนะ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไปไม่ถึงที่สุด”

“แล้วพอดีผมไปเจองานเก่าของศิลปินอีกสองชิ้นที่วาดภาพ นายปรีดี พนมยงค์ และจอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็เลยคุยกันว่าเราอยากทำประเด็นของนิทรรศการเกี่ยวกับนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่โดนผลกระทบจากความอยุติธรรมในประเทศนี้ ประจวบกับช่วงนั้นมีกลุ่มผู้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจัดกิจกรรม ‘เดินทะลุฟ้า’ เราก็ติดต่อประสานงานกับผู้ชุมนุมเพื่อเข้าไปสังเกตการณ์และวาดภาพผู้ชุมนุมในนั้น”

กฤษฎา ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการครั้งนี้กล่าว

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

“เวลาวาดเราจะพูดคุยสื่อสารกับผู้ชมนุมในนั้นไปด้วย บางทีก็ถามชื่อ, อายุ ถามว่าต่อสู้มานานหรือยัง? ต้องเจอกับความไม่เป็นธรรมอะไรมาบ้าง? แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พอวาดเสร็จ เราก็ให้เขาเขียนชื่อของเขาลงบนภาพ เหมือนเราใช้เวลาร่วมกันสร้างภาพวาดชิ้นนี้ขึ้นมาด้วยกัน”

“เราเข้าไปร่วมสังเกตการณ์และวาดภาพผู้ชุมนุมทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งแรกที่ตอนที่เขาเริ่มกิจกรรมกันที่สระบุรี ครั้งที่สองที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอีกสองครั้งที่หมู่บ้านทะลุฟ้า ข้างทำเนียบรัฐบาล วันสุดท้ายวาดตั้งแต่ตอนกลางวันถึงเย็น พอวันรุ่งขึ้นหมู่บ้านทะลุฟ้าถูกสลายการชุมนุมเลย”

ตะวันกล่าวเสริม

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

นอกจากผลงานภาพวาด Life Portrait ของกลุ่ม RED USA ในลอสแองเจลิส และผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าในประเทศไทย รวมถึงผลงานวิดีโอจัดวางที่บันทึกภาพการเข้าไปสังเกตการณ์ วาดภาพสด และพูดคุยสนทนากับเหล่าบรรดาผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าในพื้นที่ชุมนุมแล้ว

ในนิทรรศการครั้งนี้ยังมีภาพวาดที่เป็นเหมือนการบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยที่ผ่านมา ผ่านภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้จากสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์หรืออินเตอร์เน็ต ทั้งภาพของบุคคลสำคัญทางการเมืองทั้งฝ่ายรัฐและมวลชนในอดีตและปัจจุบันที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยจากภาพข่าวหรือสื่อต่างๆ

อย่างภาพของนักศึกษา เยาวชน คนรุ่นใหม่ และเหล่าประชาชนผู้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย, ภาพของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันผู้เป็นที่รักของกลุ่มคนผู้คลางแคลงใจในระบอบประชาธิปไตย

หรือภาพของรัฐบุรุษผู้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีต

รวมถึงภาพเหตุการณ์การเมืองหลากหลายในปัจจุบัน

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพวาดบันทึกปรากฏการณ์ทางการเมืองจากสื่อต่างๆ, สีน้ำบนกระดาษ

 

ภาพบุคคลและเหตุการณ์เหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านฝีแปรงอันอิสระโดยไม่ยึดติดกับความเหมือนจริงอย่างเคร่งครัด หากปล่อยให้คุณสมบัติอันเลื่อนไหลของสีน้ำจับเอาบุคลิกลักษณะเฉพาะของบุคคลเหล่านี้แสดงออกมาอย่างเปี่ยมอารมณ์ความรู้สึก

ไฮไลต์อีกประการในนิทรรศการครั้งนี้ คือผลงานภาพวาดสีน้ำขนาดใหญ่ที่บันทึกห้วงขณะแห่งความวิปริตบิดเบี้ยวในบ้านเมืองนี้ได้อย่างตื่นตาจนน่าสะพรึง

ไม่ว่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะรัฐประหาร ที่คนในประเทศนี้เห็นกันซ้ำๆ ซากๆ มาเป็นเวลาหลายสิบปีทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง

 

 

 

ตะวันถ่ายทอดภาพเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมไทยย่ำอยู่กับที่ วนเวียนอยู่ในวังวนของวงจรอุบาทว์แบบเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยลีลาพร่าเลือน มืดมัว ราวกับจะเป็นการสะท้อนชะตากรรมของคนไทยที่ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลที่เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหารก็ไม่ปาน

หรือภาพของพระบรมมหาราชวังที่ถูกปิดล้อมด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม และรั้วเหล็กแน่นหนา จนดูราวกับเป็นภาพที่หลุดมาจากภาพยนตร์ระทึกขวัญ มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างที่เราเห็นกัน

ภาพวาดเหตุการณ์ที่ดูแปลกตาน่าพิศวงราวกับเป็นภาพวาดเหนือจริงภาพนี้ สะท้อนความไม่ปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของคนในประเทศนี้ได้อย่างเจ็บแสบ

ภายในห้องหับที่เร้นตัวอยู่ด้านในสุดของพื้นที่แสดงงาน ยังมีภาพวาดของบุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหายของประเทศไทยซ่อนเร้นเอาไว้ภายใน ราวกับจะรอให้ผู้ชมแง้มประตูเข้าไปพบเจอ หรือไม่ก็รอให้ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการสูญหายของพวกเขาเปิดเผยกระจ่างแจ้งสู่สังคมในสักวันหนึ่ง

ภาพวาดเหตุการณ์ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะรัฐประหารที่ถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ (2021), สีน้ำบนกระดาษ

 

“ผลงานส่วนนี้เป็นเหมือนหลักฐานของรอยเคลื่อน รอยแตกแยกของสังคมไทยที่เห็นได้ชัดเจน เป็นปรากฏการณ์ที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดขึ้นจริง, ที่เราตั้งชื่อนิทรรศการครั้งนี้ว่า Keep in the dark เพราะเราอยากสะท้อนความมืดมิดของสังคมที่ถูกทับถมหมักหมมตลอดมา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกจมปลักอยู่กับความมืด (ข้างล่าง) หรือเราจะก้าวไปสู่แสงสว่าง (ข้างบน) ที่แม้จะดูริบหรี่แต่ก็ค่อยๆ สว่างขึ้น เช่นเดียวกับเพดานของการพูดจาสื่อสารที่นับวันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ การแบ่งผลงานจัดแสดงในพื้นที่แสดงงานเป็นชั้นบนและชั้นล่างก็เป็นการสื่อถึงสภาวะที่ว่านี้เช่นกัน” ภัณฑารักษ์ของนิทรรศการกล่าว

“ผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่เราทำมาตลอด คือเราต้องการวาดภาพคนที่อยู่ในเงามืด คนชายขอบของสังคมที่ถูกมองข้าม ถูกกดทับ ถูกทำให้มองไม่เห็น เราอยากทำให้พวกเขาปรากฏตัวสู่แสงสว่างและถูกมองเห็นได้ในที่สุด”

ตะวันกล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพวาดพระบรมมหาราชวังที่ถูกปิดล้อมด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ลวดหนาม และรั้วเหล็ก (2021), สีน้ำบนกระดาษ

 

นิทรรศการ Keep in the dark โดย ตะวัน วัตุยา และภัณฑารักษ์ กฤษฎา ดุษฎีวนิช จัดแสดง ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม-27 พฤศจิกายน 2564 วันจันทร์ถึงเสาร์ 09.00-18.00 น. (ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล [email protected] โทรศัพท์ +6692 298 0092 หรือเฟซบุ๊ก @ArtCentre.SilpakornUniversity

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากศิลปินและภัณฑารักษ์