อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : DARK นิทรรศการศิลปะ ที่สะท้อนโมงยามอันมืดมนอนธการของเมืองไทย

ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

 

DARK นิทรรศการศิลปะ

ที่สะท้อนโมงยามอันมืดมนอนธการ

ของเมืองไทย

 

เมื่อได้ยินชื่อ จิรภัทร อังศุมาลี หรือในนามปากกาว่า สิเหร่ คอดนตรีคงรู้จักเขาในฐานะผู้รอบรู้เรื่องดนตรีแจ๊ซระดับตำนานของเมืองไทย เจ้าของผลงานหนังสือสารคดีดนตรีชั้นดีอย่าง เสี้ยวแจ๊ส, ผีเพลง, บทเพลงของดอกไม้, แจ๊ซมูราคามิ และอีกหลายเล่มคุณภาพ

(ทองเปลว ชลภูมิ)

ส่วนคอวรรณกรรมก็คงรู้จักเขาจากนวนิยายและรวมเรื่องสั้นชั้นเยี่ยมอย่าง เล่นเงา, วิปริต และผลงานที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาล่าสุดอย่าง หลงหายไปในฝัน

บางคนอาจรู้จักเขาจากผลงานในฐานะนักสัมภาษณ์มือวางอันดับต้นๆ ของเมืองไทยในยุคสมัยที่นิตยสารยังเฟื่องฟู ผู้ผ่านบทสนทนากับบุคคลสำคัญระดับประเทศมาแล้วมากมาย

(ถวิล อุดล)

แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าจิรภัทรยังมีอีกบทบาทหนึ่งในฐานะศิลปินเขียนภาพ ผู้ใช้ผลงานจิตรกรรมของเขาบอกเล่าอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของประเทศไทย ผ่านภาพเขียนเส้นสายรุนแรงเลื่อนไหล สีสันจัดจ้าน เปี่ยมอารมณ์ จากปลายแท่งสีชอล์กน้ำมัน หรือออยพาสเทล บนกระดาษสีดำและผืนผ้าใบ ราวกับจะสะท้อนความมืดมนอนธการของบ้านเมืองในช่วงเวลานี้ออกมาผ่านผลงานในนิทรรศการล่าสุดของเขา

ที่มีชื่อว่า DARK

(ครอง จันดาวงศ์)

จิรภัทรกล่าวถึงที่มาที่ไปของผลงานชุดนี้ของเขาว่า

“ก่อนหน้านี้ชีวิตผมมีแต่เขียนหนังสือมาตลอด ไม่ค่อยได้เขียนรูปหรือทำงานศิลปะอะไรเลย แต่ตอนนี้อาจเป็นเพราะช่วงวัยที่อายุเยอะแล้ว เขียนหนังสือได้ช้าลง เลยอยากจะพักผ่อนด้วยการเขียนรูป เมื่อก่อนผมเคยเรียนศิลปะและทำงานศิลปะมาก่อน ก็พยายามดึงเอาทักษะกลับมา เพราะว่าทิ้งไปนาน ก็ฝึกไปเรื่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ เป็นการผ่อนคลาย เพราะผมเองก็เกษียณแล้ว เวลาว่างเยอะ อยากใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ก็เลยเขียนรูปทุกวัน เพลินดี เขียนเสร็จก็โพสต์ลงเฟซบุ๊ก มีเพื่อนๆ น้องๆ หลายคนเห็น ก็ชวนให้แสดงนิทรรศการ”

(ทองอินทร์ ภูริพัฒน์)

“พอดีตะวัน (วัตุยา) เขาช่วยติดต่อขอคิวจาก VS Gallery ให้แสดงงานได้พอดี ก็เลยตกลง ตัวผมเองถนัดเขียนสีออยพาสเทล เพราะสะดวกและไม่มีกลิ่นเหมือนเขียนสีน้ำมัน แต่ให้เนื้อสีคล้ายกับสีน้ำมัน ปกติผมเขียนแต่บนกระดาษขาว ตะวันก็แนะนำว่าให้ผมลองเขียนสีออยพาสเทลบนกระดาษดำดูบ้าง พอลองดูก็รู้สึกชอบ”

“พอเขียนด้วยกระดาษดำก็ทำให้เชื่อมโยงไปถึงโครงสร้างของงานในนิทรรศการครั้งนี้ ก็เลยตั้งชื่อนิทรรศการว่า DARK เนื้อหาของนิทรรศการก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พอทำไปทำมา อาจารย์นิพนธ์ ขันแก้ว ก็อยากให้ไปแสดงงานที่หอศิลป์ HUAK Society ของเขาด้วย งานชุดนี้ก็เลยกลายเป็นสองพาร์ต”

(จำลอง ดาวเรือง)

“พาร์ตแรกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองในอดีต ผมเขียนภาพของนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่เสียชีวิตโดยน้ำมือของเผด็จการในอดีตอย่าง ทองอินทร์ ภูริพัฒน์, ถวิล อุดล, จำลอง ดาวเรือง, เตียง ศิริขันธ์, ทองเปลว ชลภูมิ และครอง จันดาวงศ์ บวกกับการที่ผมเติบโตมาในภาคใต้ ได้ดูหนังตะลุงที่คนพากย์มักจะพูดเรื่องการเมือง เรื่องปัญหาสังคมในภาคใต้ และด่าทอเผด็จการกันอย่างครื้นเครง ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวตลกอย่าง อ้ายเท่ง, อ้ายหนูนุ้ย พวกนี้คืออัศวินของเรา ก็เลยเขียนภาพตัวตลกพวกนี้ขึ้นมา งานชุดนี้จะแสดงที่ HUAK Society”

(เตียง ศิริขันธ์)

“อีกพาร์ตเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ผมเขียนภาพของนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในยุคปัจจุบันอย่าง รุ้ง (ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล), เพนกวิน (พริษฐ์ ชิวารักษ์), โตโต้ (ปิยรัฐ จงเทพ) ทนายอานนท์ (นำภา) และภาพจากเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ ในบ้านเราปัจจุบัน งานชุดนี้แสดงที่ VS Gallery แต่ก็มีบางส่วนนำไปแสดงที่ HUAK Society ด้วย”

เงา #2

 

เงา #4

 

นอกจากภาพเขียนของนักต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เป็นเหมือนประกายแสงสว่างท่ามกลางความมืดมน และภาพเขียนของผู้นำเผด็จการทั้งในปัจจุบันและในอดีตที่ดูราวกับเป็นอสุรกายผุดออกมาจากความมืดมิด และภาพเขียนที่หยิบฉวยเหตุการณ์การต่อสู้ทางการเมือง หรือสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวทางทางการเมืองในบ้านเราอย่างเป็ดยางหรือไดโนเสาร์ยางมานำเสนอได้อย่างจัดจ้านเปี่ยมอารมณ์แล้ว

ประกาย #1

ผลงานที่โดดเด่นอีกชุดในนิทรรศการครั้งนี้คือภาพเขียนบุคคลในเครื่องแบบของไทยในสถาบันต่างๆ ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา ตุลาการ นักการเมือง ภิกษุสงฆ์ ฯลฯ

แต่ในภาพกลับปรากฏให้เห็นเพียงเครื่องแบบเปล่ากลวง ปราศจากศีรษะ ใบหน้า หรือร่างกาย ราวกับคนเหล่านี้กำลังกลืนกลายหลอมรวมตัวไปกับความมืดมิดก็ไม่ปาน

ประกาย #2

“ผมคิดว่าต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดที่ทำให้ประเทศเราเป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เกิดมาจากวัฒนธรรมของข้าราชการและศาสนาที่ทำให้ประเทศนี้ไม่ก้าวหน้า มีแต่ถดถอยลงทุกวัน ผมก็เลยเขียนภาพของคนเหล่านี้ให้ไม่มีหัว (หรือร่างกาย) มีแต่เครื่องแบบกลวงๆ อย่างที่เห็น”

ประกาย #6

“ตอนนี้ประเทศเราวิกฤตจนไม่ไหวแล้ว ทั้งสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รัฐบาลเองก็ล้มเหลวในการบริหารประเทศ ไม่สนใจห่วงใยหรือเกรงใจประชาชนเลยแม้แต่น้อย ไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ นี่คือปัญหาของระบบข้าราชการที่ปลูกฝังให้คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ เป็นนายประชาชน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนด้วยซ้ำไป โครงสร้างระบบการศึกษาของประเทศเราก็สอนคนให้มีความคิดแบบอนุรักษนิยมและยอมอยู่ใต้อำนาจได้อย่างน่าประหลาดมาก”

มืด #1

“ในทางกลับกัน ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยนั้นน่าทึ่งมาก พื้นฐานเขาดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ประวัติศาสตร์การเมือง เพราะเขารู้จักคว้าศึกษา เขาเก่งกว่ารุ่นเราด้วยซ้ำ หลักการและวิธีคิดของเขาก็ไม่ธรรมดา จิตใจของพวกเขาก็น่านับถือ แต่ละคนติดคุกมาแล้วกี่ครั้งก็ยังสู้ น่าทึ่งมาก การได้เห็นพวกเขาทำให้ผมรู้ว่าอย่างน้อยๆ ประเทศนี้ก็ยังพอมีอนาคตอยู่บ้าง”

มืด #2

“สำหรับผม คนทำงานศิลปะไม่ว่าจะสาขาใดก็ตามคุณต้องแสวงหาอยู่เรื่อยๆ คุณยิ่งศึกษามากเท่าไหร่ คุณจะพบว่าที่จริงแล้วตัวเองโง่มากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญคุณต้องหมั่นคุยกับเด็กๆ คุยกับคนรุ่นใหม่ ต้องลดช่องว่างระหว่างกันและกันลง คุณต้องเอาตัวเองเข้าไปหาพวกเขา ไม่ใช่รอให้พวกเขาเข้ามาหาคุณ คุณต้องรับฟังพวกเขา ไม่ใช่บังคับให้พวกเขาเชื่อฟังคุณอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรับฟังคำวิจารณ์”

 

“อย่างผมฟังดนตรีแจ๊ซมา 20-30 ปี แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องศึกษาเรียนรู้เรื่องดนตรีแจ๊ซอยู่อย่างไม่มีวันจบ ใครที่บอกว่าตัวเองรู้หมดทุกอย่างแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับคุณได้ตายไปแล้ว เพียงแต่คุณยังมีลมหายใจอยู่เท่านั้นเอง”

สิ้น #1
สิ้น #2

 

บางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า ยามอยู่ในที่มืดเราจะเห็นแสงสว่างได้ชัดเจนกว่าปกติ เมื่อได้ดูนิทรรศการของจิรภัทรในครั้งนี้แล้ว เราก็อดหวังในใจไม่ได้ว่า ประกายแสงเล็กๆ ท่ามกลางความมืดมนที่เขาถ่ายทอดให้เราเห็นเหล่านี้จะนำพาเราไปสู่อนาคตอันสว่างสดใสได้สักวันหนึ่ง

สิ้น #3
สิ้น #4

นิทรรศการ DARK โดยจิรภัทร อังศุมาลี พาร์ต 1 จัดแสดงที่ VS Gallery โครงการ N22 ซ.นราธิวาส 22 (สาธุประดิษฐ์ 15) ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม-11 กันยายน 2564 เปิดทำการปกติวันพุธ-อาทิตย์ 12:30-18:00 น. (หยุดจันทร์-อังคาร) (โดยในเดือนสิงหาคมจะมีการแสดงพิเศษของโจนัส เดปท์ และโอ๊ต มณเฑียร ที่จะสร้างผลงานศิลปะแสดงสดขึ้นจากการตีความผลงานจิตรกรรมของจิรภัทร)

สิ้น #5
สิ้น #6

และพาร์ต 2 จัดแสดงที่ HUAK Society จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 7-31 สิงหาคม 2564 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook @VSGalleryBangkok (เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ทางผู้จัดจึงเลื่อนนิทรรศการไปจนกว่าจะมีโอกาสที่เหมาะสมและสถานการณ์ดีขึ้น)

ขอบคุณภาพจาก VS Gallery

 

สีสัน #2

 

บทความก่อนหน้านี้ชมรมแพทย์ชนบท แนะหยุดเรียกผล RT-PCR หวั่นรักษาผู้ป่วยไม่ทัน
บทความถัดไป“ประเสริฐ” เสนอ กทม.สร้างพลังชุมชน ติดอุปกรณ์ป้องกันเชื้อให้อสส.ลุยช่วยปชช.