ไทม์เอาต์/SearchSri / ‘โปรเหมียว’ ปภังกร สตาร์ดวงใหม่วงการกอล์ฟโลก

Apr 4, 2021; Rancho Mirage, California, USA; Patty Tavatanakit celebrates after winning the final round of the ANA Inspiration golf tournament at Rancho Mirage Country Club. Mandatory Credit: Kelvin Kuo-USA TODAY Sports

ไทม์เอาต์/SearchSri

 

‘โปรเหมียว’ ปภังกร

สตาร์ดวงใหม่วงการกอล์ฟโลก

 

ปีนี้วงการกีฬาไทยกลับมาคึกคักตั้งแต่ช่วงต้นปี เมื่อ “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ ทำผลงานยอดเยี่ยม เป็นคนไทยคนที่ 2 ที่คว้าแชมป์อาชีพระดับเมเจอร์ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของวงการกอล์ฟโลกในรายการ เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น มาครอง

พร้อมทำคะแนนเฉลี่ยสะสมทะยานจากอันดับ 103 ของโลก ขึ้นไปเป็นมือ 13 ของโลก กลายเป็นมือ 1 ของไทยคนใหม่

ย้อนไปเมื่อ 3-5 ปีที่แล้ว วงการกอล์ฟโลกสั่นสะเทือนกับผลงานของ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ซึ่งแม้ตอนนี้ผลงานจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าเก่า แต่ก็ยังทำอันดับโลกเกาะกลุ่มในท็อป 30 ของโลกอยู่

เมื่อคราวโปรเมคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ได้เป็นครั้งแรกนั้น ได้จารึกชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็นนักกอล์ฟคนแรกและคนเดียวของโลกที่คว้าแชมป์ 3 รายการแรกของตัวเองได้ในการแข่งขัน 3 รายการติดต่อกัน

ขณะที่โปรเหมียวก็เพิ่งทำสถิติเป็นรุกกี้คนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการแรกของตัวเองจากศึกเมเจอร์ เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น ในประวัติศาสตร์ 50 ปีของการแข่งขัน

ในอดีตเคยมี “รุกกี้” หรือผู้เล่นปีแรกเพียงคนเดียวที่คว้าแชมป์รายการนี้ นั่นคือจูลี่ อิงก์สเตอร์ ตำนานกอล์ฟชาวอเมริกัน ซึ่งทำไว้เมื่อปี 1984 แต่ก่อนหน้านั้น อิงสเตอร์ก็คว้าแชมป์แอลพีจีเอรายการอื่นมาก่อน

 

ด้วยผลงานยอดเยี่ยมดังกล่าว ประกอบกับการนำม้วนเดียวจบด้วยสกอร์รวม 18 อันเดอร์พาร์ ที่ต่ำกว่าสถิติดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์เพียงสโตรกเดียว ทำให้เว็บไซต์ของแอลพีจีเอเรียกโปรเหมียวเป็น “ซูเปอร์สตาร์” คนใหม่ของวงการไปแล้วเรียบร้อย

อันที่จริงชื่อของโปรเหมียวไม่ถือว่าใหม่สำหรับวงการกอล์ฟอเมริกันนัก ต้องบอกว่าชื่อ แพ็ตตี้ ธวัชธนกิจ ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่ชาวตะวันตกเรียกได้คุ้นลิ้นกว่า “เหมียว” เป็นที่คุ้นเคยอยู่ไม่น้อยก็ว่าได้

โปรเหมียวเป็นสมาชิกทีมกอล์ฟระดับมหาวิทยาลัยของ ยูซีแอลเอ ร่วมคว้าแชมป์ 7 รายการ ต่อมาเทิร์นโปรและเข้าร่วมแข่งขันซีเมตราทัวร์ หรือทัวร์อาชีพรองของวงการกอล์ฟหญิง และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ 3 รายการ

เธอได้ทัวร์การ์ดร่วมแข่งขันแอลพีจีเอเมื่อปีที่แล้ว แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส *โควิด-19* ทำให้โปรแกรมส่วนใหญ่หยุดชะงักไป แอลพีจีเอจึงตัดสินใจยืดการเก็บคะแนนรุกกี้ออกมาในปีนี้

สาวไทยวัย 21 ปี และนักกอล์ฟอีกหลายรายจึงกลายเป็น “รุกกี้ปีสอง” ไปโดยปริยาย

 

จุดเด่นของโปรเหมียวคือการตีไกล หลังจบศึกเอเอ็นเอ เว็บไซต์แอลพีจีเอจัดอันดับโปรเหมียวเป็นนักกอล์ฟที่ตีไกลเป็นอันดับ 2 ของทัวร์ในขณะนี้ ด้วยระยะเฉลี่ย 283.786 หลา

ตีไกลอย่างเดียวไม่พอ เธอยังมีลูกสั้นและช็อตแก้ไขที่ดีเป็นอาวุธเสริม ยืนยันได้จากการแข่งขันรอบสุดท้ายของศึกเอเอ็นเอซึ่งตอนแรกหลายคนคิดว่าไม่น่าเป็นงานยาก เนื่องจากโปรเหมียวออกสตาร์ตทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 5 สโตรก แต่กลับเจอฟอร์มสุดยอดของอดีตมือ 1 โลก *ลิเดีย โค* จากนิวซีแลนด์ ซึ่งทำวันเดียว 10 อันเดอร์พาร์ ไล่จี้มาห่างเพียง 2 สโตรก

โปรเหมียวเริ่ม “เป๋” ให้เห็นบ้างช่วงหลุมท้ายๆ เมื่อทีออฟหลุดแฟร์เวย์เข้ารัฟ เข้าแนวต้นไม้ แต่ก็ยังเล่นช็อตแก้ไขกลับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่เซฟพาร์ได้ ไม่เสียสโตรก

และคุมเกมได้นิ่งพอจนจบการแข่งขัน

 

สตาร์ดวงใหม่ของไทยบอกว่า ได้ แกรนต์ เวต อดีตแชมป์พีจีเอทัวร์มาเป็นโค้ช ช่วยให้ตีตรงขึ้น แล้วยังร่วมงานกับทีมโค้ชจิตวิทยา วิชั่น 54 ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโปรเมมาแล้ว จึงได้วิธีคิดดีๆ หลายๆ อย่าง

ที่น่าสนใจคือ โปรเหมียวผลงานดีขึ้นผิดหูผิดตาในฤดูกาลนี้ แข่งมา 4 รายการ คว้าอันดับ 5 ร่วม, อันดับ 14 ร่วม และคว้าแชมป์ โดยไม่ผ่านตัดตัวแค่รายการเดียว ทำให้คะแนนสะสมหลายๆ หัวข้ออยู่อันดับต้นๆ ซึ่งรวมถึงการนำอันดับ 1 รางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี

กอล์ฟหญิงเพิ่งผ่านมาไม่ถึงครึ่งทาง ยังต้องรอดูต่อไปว่าผลงานของโปรเหมียวในปีนี้จะสิ้นสุดตรงไหน

แต่ที่แน่ๆ เป้าหมายทำอันดับโลกติดท็อป 100 ที่เคยคิดไว้ เกินความจริงไปตั้งไกลเรียบร้อยแล้ว!

บทความก่อนหน้านี้นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตร ตรวจเยี่ยม โรงพยาบาลสนามตำรวจ เขื่อมั่นดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่
บทความถัดไปเดินตามดาวประจำวันที่ 18-24 เมษายน 2564