พิศณุ นิลกลัด : เมื่อก้นใหญ่กลายเป็นปัญหาใหญ่

พิศณุ นิลกลัด

การแข่งขันรอบเพลย์ออฟส์ (Playoffs) ของฮอกกี้น้ำแข็ง NHL เพื่อชิงถ้วยสแตนลีย์ คัพ หรือ NHL Stanley Cup Playoffs เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา จากเดิมต้องเริ่มแข่งขันกันในเดือนเมษายน แต่ถูกเลื่อนเพราะวิกฤตโควิด-19

ราวต้นเดือนตุลาคมก็จะทราบว่าปีนี้ใครได้แชมป์

พูดถึงกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง แฟนกีฬาในเมืองร้อนอย่างประเทศไทยอาจจะรู้สึกว่าไกลตัวไปนิด

แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับฮอกกี้ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยทราบและน่าจะเป็นสิ่งที่บางคนกำลังประสบปัญหาเดียวกันอยู่ นั่นก็คือเรื่องก้นใหญ่ ที่ฝรั่งเรียกว่าฮอกกี้ บัตต์ (Hockey Butt)

บางคนอาจรู้สึกว่าการมีก้นใหญ่เป็นเรื่องที่ดีซะอีก ทำให้ดูเซ็กซี่ชวนมอง

แต่สำหรับนักฮอกกี้น้ำแข็งชาย Hockey Butt เป็นฝันร้าย เพราะ Hockey Butt คือคนเอวเล็ก แต่มีก้นเด้ง อวบอั๋น และกล้ามเนื้อต้นขาที่ใหญ่มากจนช่วงล่างไม่สมส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับนักกีฬาที่จำเป็นต้องออกกำลังกายเน้นใช้กล้ามเนื้อส่วนต้นขาและก้นมากอย่างกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง

ทำให้การหาซื้อกางเกงขายาวที่มีขนาดพอดีตัวกลายเป็นปัญหาใหญ่มากของนักกีฬาฮอกกี้ NHL โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบันที่นิยมสวมกางเกงทรงเข้ารูป (slim fit)

นักฮอกกี้ NHL หลายคนเครียดมากเวลาไปหาซื้อกางเกงตามร้าน

เช่น บางคนเอว 32 นิ้ว แต่ต้นขาและก้นขนาดเดียวกับคนเอว 48 นิ้ว การจะหากางเกงที่พอดีตัวแทบเป็นไปไม่ได้เลย ตู้เสื้อผ้าจึงมีแต่กางเกงแบบสั่งตัดพิเศษ

บางคนเล่าว่า เข้าร้านเสื้อผ้าไปลองกางเกงขายาวและยีนส์ตั้ง 40 ตัว แต่ต้องเดินมือเปล่าออกมาจากร้าน หรืออาจจะซื้อแค่ตัวเดียวและก็เป็นไซซ์ที่สวมไม่ได้ ซื้อเพราะรู้สึกเกรงใจพนักงานในร้านที่คอยบริการอย่างดีตั้งหลายชั่วโมง

 

แม้จะเรียกว่า Hockey Butt แต่ปัญหาก้นใหญ่แบบนักฮอกกี้น้ำแข็งก็สามารถเกิดขึ้นได้กับนักกีฬาอีกหลายประเภทที่ใช้พละกำลังช่วงล่างในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล บาสเกตบอล อเมริกันฟุตบอล รักบี้ เบสบอล เทนนิส มวยปล้ำ หรือแม้แต่นักว่ายน้ำ

จะเห็นได้จากเพจในอินสตาแกรมชื่อ Sports bubble butt ซึ่งรวบรวมภาพของเหล่านักกีฬาหลายๆ คนที่มีก้นใหญ่มาเผยแพร่ลงเพจ

ทำให้ทราบว่า Hockey Butt เป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับนักกีฬาอีกหลายประเภท และอาจทำให้บริษัทผลิตกางเกง ตระหนักถึงความยากลำบากของนักกีฬาในการจะหาซื้อกางเกงที่พอดีตัว

ดีแลน ลาร์คิน (Dylan Larkin) นักฮอกกี้ NHL หนุ่มหล่อวัย 24 ปี ตำแหน่ง Center ของทีม Detroit Red Wings ยอมรับว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่มี Hockey Butt

ดีแลนทราบว่าปัญหาใหญ่ของนักกีฬาและนักฮอกกี้หลายคนคือการจะหาซื้อกางเกงขายาวดีๆ สักตัวหนึ่ง เพราะพวกเรามีเอวที่ค่อนข้างเล็ก มีกล้ามเนื้อต้นขาใหญ่และก้นใหญ่ เขาชอบสวมกางเกงทรงขาลีบ แต่พอเลือกสวมไซซ์ที่พอดีกับต้นขา ปรากฏว่าส่วนข้อเท้านี่กว้างเป็นกางเกงทรงขาม้าเลย กางเกงขายาวตามท้องตลาดไม่มีตัวไหนเลยที่เขาสวมแล้วสวย

แม้แต่กางเกงแบบที่เขาสั่งตัดโดยเฉพาะก็ยังตึงไป เคลื่อนไหวไม่สะดวก ทุกครั้งที่ก้มตัวเขารู้สึกเหมือนตะเข็บจะระเบิดออกมา

แต่ครั้งแรกที่ได้ลองสวมกางเกงยี่ห้อ State & Liberty เขารู้สึกเลยว่ากางเกงยี่ห้อนี้ฟิตพอดี สวมสบาย เข้ารูปเข้าทรงโดยไม่ต้องนำไปปรับแต่งอะไรเพิ่มเติม เรียกว่าจ่ายเงินแล้วสามารถสวมเดินออกจากร้านได้เลย

เป็นประสบการณ์ที่เขาไม่เคยเจอเวลาไปลองกางเกงที่ร้านอื่นหรือไปวัดตัวตัดสูท

 

State & Liberty เกิดจากการร่วมมือกันของลี มอฟฟี (Lee Moffie) และสตีฟ ฟิชเชอร์ (Steve Fischer) สองหนุ่มนักกีฬาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) โดยลี มอฟฟี เป็นอดีตนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งของทีมมหาวิทยาลัยและเคยได้รับการดราฟต์เข้าทีม San Jose Sharks รอบ 7 เมื่อปี 2010 แต่ปัจจุบันเขาเลิกเล่นแล้ว

ลี มอฟฟี และสตีฟ ฟิชเชอร์ เป็นนักกีฬาร่างใหญ่ กล้ามโต ทั้งคู่เคยประสบปัญหาเวลาซื้อเสื้อที่ขนาดพอดีตัว จึงร่วมมือกันผลิตเสื้อสำหรับคนกล้ามโตขายทางออนไลน์ในปี 2015

จากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็เห็นโอกาสทางการตลาดที่มากกว่าแค่ขายเสื้ออย่างเดียว เลยขยายธุรกิจไปผลิตเสื้อผ้าสำหรับคนหุ่นแบบนักกีฬา

โดย State & Liberty ผลิตเสื้อผ้าสไตล์ทางการที่ผสมผสานเส้นใยโพลีเอสเตอร์และเส้นใยสแปนเด็กซ์ (spandex) จึงมีความยืดหยุ่นและให้ความรู้สึกเหมือนกับเสื้อผ้าที่สวมออกกำลังกาย

 

ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬานั้นมีขนาดใหญ่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบัน ที่นิยมสวมชุดสไตล์แอธลีเชอร์ (Athleisure) คือการสวมชุดกีฬาที่ประยุกต์เป็นชุดทำงานทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยในชุดเดียวกัน

แต่มีน้อยคนตระหนักว่านักกีฬาและคนที่มีรูปร่างใหญ่เฉพาะส่วนก็ต้องการตัวเลือกด้านแฟชั่นที่มากกว่ากางเกงวอร์ม เลกกิ้งและเสื้อฮู้ด

พวกเขาอยากสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กที่ฟิตพอดีตัวเหมือนกัน

โชคดีที่ฟ้าส่งลีกับสตีฟมาเกิด

 


กว่า 12 ปี ของการจัดงาน Healthcare เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ส่งต่อความรู้และให้บริการสุขภาพแก่คนไทยในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ดูแล และรักษา โดยเฉพาะการบริการตรวจสุขภาพฟรีจากสถานพยาบาลชั้นนำ เวิร์กชอป ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมถึงการยกระดับเวทีเสวนาให้เป็น “Health Forum” เปิดเวทีให้แพทย์ และ Speaker ระดับประเทศ มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการป้องกัน การรักษา และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องราวสุขภาพในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาให้อัปเดตตลอด 4 วันของการจัดงาน เดินทางสะดวกโดยทางด่วนและ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2
ลงทะเบียนเข้างานฟรี มีต้นไม้แจกด้วยนะ (จำนวนจำกัด)

บทความก่อนหน้านี้เฮ้ง เสียใจแรงงานโดดตึกตาย เผยโควิด-19 คร่าคนไทยในซาอุฯ 5ราย
บทความถัดไปรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้น-สาดสีตร.สำราญราษฎร์เมื่อเช้า