Red Monster : รู้จักพรีเมียร์ลีก ยุค “New Normal”

ศึกฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก” อังกฤษ 2019-2020 หวนกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในรอบ 3 เดือน หลังระงับการแข่งขันไปนานเพราะการแพร่ระบาดของ “โควิด-19”

การเตะท่ามกลางสภาวะโรคระบาดยังไม่จางหายไปนั้นย่อมต้องมีมาตรการที่เข้มงวด ซึ่งหลายๆ คนอาจจะพอเห็นภาพบ้างแล้วจาก “บุนเดสลีก้า” เยอรมนี หรือ “ลาลีก้า” สเปน ที่หวนแข่งต่อก่อนใคร

สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่ใช่แค่เตะแบบสนามปิด ไร้แฟนบอลเข้าเชียร์เท่านั้น โดยทางพรีเมียร์ลีกได้เปิดเผยถึงมาตรการแต่ละแมตช์ให้แฟนๆ ได้เห็นภาพชัดขึ้นแล้ว

 

เริ่มจากช่วงก่อนการแข่งขัน อนุญาตให้มีผู้เกี่ยวข้องภายในสนามได้ไม่เกิน 300 คนในแต่ละแมตช์ ซึ่งภายในสนามแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 โซนคือ โซนสีแดง, เหลือง และเขียว

“โซนสีแดง” คือทางเข้าสนามของนักเตะ ห้องแต่งตัว อุโมงค์ทางเดินไปจนถึงพื้นหญ้าสนามแข่ง ซึ่งรวมถึงซุ้มม้านั่งสำรอง และโซนสั่งการข้างสนาม ที่จะเปิดให้เข้าถึงเฉพาะผู้ที่ผ่านการตรวจเชื้อภายในเวลา 5 วันก่อนหน้าเท่านั้น ซึ่งโซนนี้จำกัดผู้เข้าถึงไม่เกิน 110 คน

“โซนสีเหลือง” ครอบคลุมพื้นที่ในสนามเกือบทั้งหมด ตั้งแต่อัฒจันทร์ลงไปจนถึงพื้นรอบๆ สนามหญ้า ที่เป็นโซนตั้งกล้องรอบสนาม ทั้งถ่ายภาพและถ่ายทอดสด ผู้ที่เข้าถึงได้จะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิและกรอกแบบสอบถามทางการแพทย์

ในขณะที่โซนสีเขียว คือด้านนอกสนาม ลานจอดรถรอบๆ ทั้งหมด อนุญาตให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงได้ภายใต้การเฝ้าระวัง

 

ก่อนจะเดินทางมาที่สนาม นักเตะและสต๊าฟโค้ชทุกคนต้องถูกสอบสวนโรคโควิด-19 และต้องแจ้งหากมีอาการป่วยใดๆ จากนั้นจึงจะขึ้นรถมายังสนามในสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ และรักษาระยะห่างทางสังคมภายในรถ

เมื่อถึงสนาม ผู้เล่นต้องเดินตามเส้นทางที่ผ่านการฆ่าเชื้อตั้งแต่จากรถจนถึงห้องแต่งตัว ซึ่งกว้างพอสำหรับการรักษาระยะห่าง แต่อาจต้องมีห้องเพิ่มเติมหากจำเป็น

การใช้ทางเดินในอุโมงค์เพื่อลงสนาม หากสนามใดมีอุโมงค์เดียว จะทยอยให้ผู้ตัดสินและผู้เล่นแต่ละทีมเดินลงสู่สนามแบบเว้นระยะห่างทีละชุด ซึ่งจะให้นักเตะทีมเยือนเดินก่อนแล้วจึงตามด้วยเจ้าถิ่น แต่หากมีอุโมงค์มากกว่า 1 จุด ก็สามารถใช้แยกกันได้เลย

แน่นอนว่าไม่ควรหยุดจับมือหรือรอทักทายกัน และการวอร์มอัพข้างสนามก็ควรใกล้ชิดกันให้น้อยที่สุด

ผู้เล่นที่ไม่ได้ลงสนามและสต๊าฟโค้ชทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งนี้ สโมสรเจ้าถิ่นจะต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดของสนาม โดยเฉพาะห้องแต่งตัว, ลูกฟุตบอล, เสาประตู, มุมธง และม้านั่งสำรอง

ซึ่งม้านั่งนี้จะมีการเพิ่มระยะห่าง หรือให้นั่งเว้นที่กัน

 

หลังจากลงสู่สนามในช่วงเปิดเพลงพรีเมียร์ลีก นักเตะจะต้องยืนสลับฟันปลากัน แทนการยืนเรียงหน้ากระดานติดกันในแบบเดิม และจะไม่มีการจับมือทักทายกันก่อนแข่งหรือช่วงเสี่ยงเหรียญ

ทุกเกมจะไม่มีเด็กเก็บบอลในสนาม ซึ่งหากลูกฟุตบอลลอยขึ้นไปบนอัฒจันทร์ กรรมการจะตัดสินใจว่าจะนำบอลลูกนั้นกลับมาเล่นต่อได้โดยไม่ทำให้เกมล่าช้าหรือไม่ ซึ่งถ้าเสียเวลาก็จะสามารถใช้ลูกฟุตบอลสำรองที่วางไว้รอบๆ สนามแทน

ถ้านักเตะจำเป็นต้องรับการปฐมพยาบาลในสนาม เจ้าหน้าที่ผู้รักษาจะต้องสวมชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) ซึ่งจะอนุญาตให้มีทีมแพทย์อยู่ในโซนสีแดงได้ 2 คน และสโมสรจะต้องระบุชื่อสต๊าฟทั้ง 2 คนนี้ด้วย

ในช่วงครึ่งทางของแต่ละครึ่งเวลา ผู้ตัดสินจะให้สัญญาณพักเบรกดื่มน้ำ เพราะเป็นการแข่งขันในช่วงฤดูร้อน โดยจะให้เวลาเบรกไม่เกิน 1 นาที ต้องดื่มน้ำจากขวดส่วนตัวของแต่ละคนเท่านั้น และจะนำเวลาพักไปชดเชยในช่วงทดเจ็บของแต่ละครึ่ง

แต่ละแมตช์ส่งชื่อตัวสำรองเพิ่มเป็น 9 คน จากเดิม 7 คนต่อนัด และสามารถเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน ซึ่งต้องเกิดขึ้นภายในการเปลี่ยนตัว 3 หน โดยไม่นับช่วงพักครึ่ง เพื่อป้องกันการถ่วงเวลา และตัวสำรองแต่ละทีมสามารถออกมาวอร์มพร้อมกันได้สูงสุดแค่ 3 คนเท่านั้น

 

ด้านผู้ตัดสินเองก็ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายตามมาตรการต่างๆ เหมือนนักเตะ ส่วนทีมวีเออาร์นั้นจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม แต่จะทำงานจาก VAR HUB ในกรุงลอนดอน เพื่อให้สะดวกต่อการเว้นระยะห่างทางสังคมระหว่างทีมงาน

ส่วนข้อปฏิบัติเพิ่มเติมสำหรับนักเตะและสต๊าฟโค้ช ได้แก่ รักษาระยะห่างตอนฉลองทำประตู, ห้ามจับมือ, ห้ามถ่มน้ำลายหรือสั่งน้ำมูก, ล้างมือทั้งก่อนและหลังแข่ง, มีขวดน้ำดื่มส่วนตัว, หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยคนจำนวนมากทั้งกับคู่แข่งและกรรมการ และพยายามงดการมีปฏิสัมพันธ์หรือพูดคุยกับคู่แข่งหลังจบเกม

การสัมภาษณ์หลังจบเกมต้องมีการเว้นระยะห่างตลอดเวลาโดยใช้ไมค์บูมเพื่อความปลอดภัยด้วยเช่นกัน

มาตรการหลายๆ อย่างอาจไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ แต่ก็ต้องให้ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัย พรีเมียร์ลีกจะได้แข่งอย่างราบรื่นจนจบ

และมีทีมได้ชูถ้วยแชมป์ที่รอคอยมานานสมใจเสียที!

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“ตรีรัตน์” ค้านทุบแฟลตเคหะคลองจั่นทำคอนโด ชี้ไม่ทำประชาพิจารณ์ฟังเสียงคนในพื้นที่
บทความถัดไป“การุณ” จี้รัฐบาล เลิก พรก.ฉุกเฉินก่อนคนอดตาย เตือนนายกฯอย่าปล่อยคนชั่วลอยนวล