เด็กเก็บบอล : เลื่อนไทยลีกเพราะ “โควิด-19” ผลกระทบที่อาจจะส่งผลเสียหายหนัก

นาทีนี้ต้องบอกว่า ในโลกนี้ (และช่วงนี้) คงไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)” อีกแล้ว เพราะการแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสตัวนี้ ส่งผลกระทบในวงกว้างไปถึงระดับโลกเลยก็ว่าได้

แม้ว่าประเทศไทยเอง จำนวนผู้ติดเชื้อจะยังไม่พุ่งสูงมากเหมือนหลายๆ ประเทศ แต่ก็ต้องบอกว่าประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของวงการกีฬา เพราะว่าหลายรายการจำเป็นจะต้องถูกยกเลิกการแข่งขันหรือเลื่อนออกไป

ตั้งแต่การแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรี รายการสำคัญอย่าง “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ทัวร์” ก็ถูกยกเลิกการแข่งขันในปีนี้ออกไป หรือ “ฟลอร์บอลชายชิงแชมป์เอเชีย-โอเชียเนีย 2020” ก็ถูกยกเลิกไปเช่นกัน

ขณะที่การแข่งขันระดับโลกอย่างจักรยานยนต์ ชิงแชมป์โลก” “โมโตจีพี”” ซึ่งเดิมทีของไทยนั้นถูกวางให้เป็นสนามที่ 2 ที่จะแข่งกันในระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคมนี้ ก็ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนตุลาคมแทน เช่นเดียวกับการแข่งขัน “กีฬาเยาวชนแห่งชาติ” ที่จังหวัดตราด ก็ถูกเลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างไม่มีกำหนดเหมือนกัน

แต่ในส่วนที่ถือว่าโดนผลกระทบอย่างหนักที่สุด ก็คงต้องยกให้การแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศ

 

สาเหตุที่บอกว่าโดนผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากว่าการแข่งขันฟุตบอลลีกนั้นกินระยะเวลาเกือบ 9 เดือนในการแข่งขัน ทว่าต้องโดนเลื่อนออกไปถึง 45 วันเลย และยังไม่รู้ด้วยว่า ถ้าหากสถานการณ์ยังไม่กลับมาเป็นปกติ จะสามารถกลับมาทำการแข่งขันได้หรือไม่

เดิมทีนั้น “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” และ “บริษัท ไทยลีก จำกัด” มีการวางมาตรการการรับมืออกมาอย่างเป็นระบบเป็นลำดับขั้น

ตั้งแต่ขั้นแรก ใข้วิธีการตรวจตราอย่างเข้มข้นตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงแจกผ้าปิดหน้าและแอลกอฮอล์ตามบริเวณทางเข้าสนาม ขั้นต่อมาหากสถานการณ์เลวร้ายขึ้น ก็จะให้เป็นการแข่งขันในสนามแบบปิด ไม่มีแฟนบอลเข้าชม

ซึ่งตามเดิมนั้น ทางไทยลีกได้ประกาศให้ฟุตบอลทุกระดับชั้นแข่งขันแบบสนามปิดแล้ว ตั้งแต่เกมที่ 5 ของฤดูกาล ที่จะแข่งขันเมื่อวันที่ 7-8 มีนาคมที่ผ่านมา

แต่พอมีประกาศให้แข่งขันแบบสนามปิดนั้น กลับมีเสียงค้านจากบางสโมสร บอกว่า การแข่งขันแบบสนามปิดนั้นจะทำให้สโมสรเสียรายได้ทั้งในเรื่องของค่าบัตรเข้าชมการแข่งขัน หรือค่าของที่ระลึกต่างๆ

จนสุดท้ายทางสมาคมและไทยลีก จึงได้ประกาศเลื่อนการแข่งขันภายในประเทศทั้งหมดออกไป โดยจะกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 18 เมษายน เท่ากับว่าเป็นการเลื่อนออกไปถึง 6 สัปดาห์เต็มเลยทีเดียว

 

ผลกระทบอย่างแรกที่เกิดขึ้นเลยคือการหยุดพักแบบนี้มีผลกับนักกีฬาที่เตรียมตัวมาตลอด บางทีมเริ่มปรีซีซั่นกันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนถึงกระทั่งเปิดฤดูกาล ซึ่งพอต้องหยุดพักในระยะเวลาที่เกือบเท่ากับช่วงปิดฤดูกาล ทำให้สภาพร่างกายขาดความต่อเนื่อง เหมือนกลับมาเริ่มต้นช่วงปรีซีซั่นกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ผลกระทบต่อมาคือเรื่องของโปรแกรมการแข่งขัน ที่จะหายไปถึง 4 เกมในช่วงระยะเวลาที่หยุดพักไป 45 วัน แต่ทว่าการแข่งขันนั้นจะต้องจัดให้จบลงในช่วงเวลาเดิมคือปลายเดือนตุลาคม

เนื่องจากว่าหลังจากจบเดือนตุลาคม จะเข้าสู่ช่วงการแข่งขันระดับทีมชาติหรือ “ฟีฟ่าเดย์” ช่วงระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้ยังมีการแข่งขัน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” ที่รออยู่หลังจากจบฟีฟ่าเดย์ ซึ่งจะแข่งในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ต่อเนื่องยาวไปตลอดเดือนธันวาคม

เป็นการล็อกเลยว่าโปรแกรมของฟุตบอลลีกจะจบช้ากว่านั้นไม่ได้ เพราะว่าไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบถึงการแข่งขันของทีมชาติแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเรื่องสัญญาของนักเตะที่จะหมดลงช่วงจบฤดูกาลอีกด้วย ถ้าฟุตบอลลีกจบลงไม่ตรงตามเวลา ก็อาจจะทำให้สัญญาของนักเตะหมดก่อนที่ฟุตบอลจะเตะกันครบอีก

จริงอยู่ที่ว่าตอนนี้ถ้าหากว่าเหตุการณ์ดีขึ้น ฟุตบอลลีกสามารถกลับมาแข่งขันกันได้อีกครั้งในเดือนเมษายนนี้ ก็อาจจะยังไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าโปรแกรมที่หายไป 4 นัด จะสามารถจัดลงไปในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จนถึงกลางเดือนมิถุนายน ที่เดิมทีจะเป็นการแข่งขันในช่วงฟีฟ่าเดย์ แต่ทาง “สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ” (ฟีฟ่า) เลื่อนออกไปแล้ว จะทำให้สามารถนำโปรแกรมลงไปใส่ แล้วก็ยัดให้เตะแบบเสาร์-อาทิตย์ และพุธกลางสัปดาห์ ก็จะเตะจนครบ 4 นัดได้

แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น หรือ…อาจจะแย่ลงกว่าเดิม จนทำให้ยังไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ จะทำอย่างไรกันล่ะทีนี้

 

ในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ประเทศไทยถือว่ายังไม่ร้ายแรงเท่ากับหลายๆ ประเทศ อย่างเช่นใน “เจลีก ญี่ปุ่น” หรือ “เคลีก เกาหลีใต้” นั่นต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน เพราะจำนวนผู้ป่วยและตัวเลขของการแพร่ระบาดถือว่าสูงมากๆ

แต่ในส่วนของประเทศไทยนั้น ตามความเป็นจริง ยังอยู่แค่ในระดับปิดสนามเล่นเป็นขั้นต้นได้ ยังไม่จำเป็นถึงต้องเลื่อนการแข่งขันออกไป แต่ก็เริ่มมาตรการใหญ่สุดด้วยการเลื่อนการแข่งขันออกไปเสียแล้ว

จริงอยู่ที่การเล่นสนามแบบปิดนั้นจะทำให้ขาดรายได้ในเรื่องของแฟนบอลเข้าชมในสนาม หรือของที่ระลึกก็จริง แต่ว่าถ้าหากการแข่งขันต้องเลื่อนออกไปอีก อาจจะต้องมีการยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลถ้วยบางรายการออกไป เพียงแต่เจ้าของรายการอย่าง “โตโยต้า” หรือ “ช้าง” จะยอมหรือไม่

รายการ” “ช้าง เอฟเอ คัพ”” ยกเลิกไม่ได้แน่นอน เนื่องจากตำแหน่งแชมป์นั้นมีเดิมพันสูงถึงโควต้ารอบแบ่งกลุ่มของ “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก” ในฤดูกาล 2021 ด้วย แต่เชื่อว่าโตโยต้าเองก็คงไม่อยากให้ยกเลิกการแข่งขัน” “โตโยต้า ลีก คัพ”” ไปแน่นอนเช่นกัน

นอกจากนี้ ถ้าหากเลื่อนไปจนสุดท้ายไม่สามารถจัดการแข่งขันได้ แล้วต้องยุติการแข่งขันลีกขึ้นมาล่ะ มีใครเคยมองถึงสถานการณ์นี้เอาไว้บ้าง

 

ถามว่า ถ้ายุติการแข่งขันฟุตบอลลีกลงไป จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในเรื่องของสัญญาการถ่ายทอดสด ซึ่งเมื่อไม่มีฟุตบอลลงแข่งขัน ไม่มีการถ่ายทอดสด ทางเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างทรูวิชั่นส์เองก็อาจจะเลือกไม่จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ได้

เมื่อไม่มีเงินค่าลิขสิทธิ์ สโมสรก็จะไม่ได้ส่วนแบ่งตรงนี้ ขาดรายรับไป รวมถึงในเมื่อไม่มีฟุตบอลลงเล่น ก็จะไม่มีค่าเข้าชม ค่าของที่ระลึกต่างๆ หนักข้อขึ้นมันอาจจะส่งผลถึงสปอนเซอร์ต่างๆ ที่อาจจะถอนตัวจากแต่ละทีมได้ เพราะมีเรื่องของค่าภาพลักษณ์ต่างๆ ที่มันไม่ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อไม่มีฟุตบอลลงเตะ

เรียกได้ว่าการเตรียมทีมมาตลอดช่วงที่ผ่านมา เหมือนเสียเปล่าไปเป็นเวลา 1 ปีเต็มเลยก็ว่าได้ นั่นจะส่งผลกระทบต่อสโมสรหนักมากทีเดียวในช่วงที่ต้องบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ด้วย

ดังนั้น ด้วยสถานการณ์ตอนแรกที่ยังไม่รุนแรงมาก การเตะในสนามปิดเป็นทางเลือกที่ดีอยู่แล้ว แต่บางสโมสรก็เลือกรายได้บางส่วน มากกว่าผลกระทบในระยะยาวแทน

หลังจากนี้เชื่อว่าสโมสรควรจะต้องเลือกมองผลได้-ผลเสียต่างๆ ให้ดีๆ อาจจะต้องยอมเตะในสนามปิด แต่ให้การแข่งขันสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด เหมือนอย่างที่กัลโช่ เซเรียอา หรือพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เองก็มีมาตรการที่สามารถรับมือกับโควิด-19 ได้

 

อ่ะ! ขั้นสุดท้ายจริงๆ ถ้าหากเลื่อนการแข่งขันออกไป ไม่ยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลถ้วยออก เราอาจจะได้เห็นการแข่งขันล่วงเลยยาวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน เท่ากับว่าจะทับซ้อนกับการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ

ซึ่งการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ไม่ใช่การแข่งขันในช่วงปฏิทินฟีฟ่าเดย์ สโมสรไม่จำเป็นจะต้องปล่อยผู้เล่นมาร่วมทีมชาติได้ ดังนั้น อาจจะได้เห็นทีมชาติไทยชุดยู 19-23 ที่ไม่ใช่ตัวหลักของสโมสรไปลงเล่นรายการนี้ก็ได้นะ

แต่สโมสรถามแฟนบอลหรือยังว่าเขาเอาด้วยหรือไม่????

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” เดินหน้าล่ารายชื่อเปิดประชุมสมัยวิสามัญถกปมโควิด-19 ระบาด
บทความถัดไปบุรีรัมย์ประกาศปิดเมือง คัดกรองคนเข้าจังหวัดทุกช่องทาง เลิกทุกกิจกรรมยันตลาดนัด