เมอร์คิวรี่ : เจาะ 4 แข้งจตุรเทพไทย ตะลุยสู้ศึก “เจลีก 2020”

ศึกฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น “เจ 1 ลีก” ในฤดูกาล 2020 นี้ถือว่าเป็นการแข่งขันที่แฟนบอลชาวไทยต้องติดตามชมกันแบบห้ามกะพริบตา เนื่องจากมี 4 นักเตะจตุรเทพไทยพาเหรดกันบุกไปค้าแข้งกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา…

 

สำหรับแข้งไทยทั้ง 4 คนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักเตะชั้นนำระดับประเทศทั้งสิ้น และผ่านประสบการณ์เล่นให้กับทีมชาติไทยมาแล้วมากมาย นำโดย “มุ้ย” “ธีรศิลป์ แดงดา” กองหน้าจอมเก๋า, “อุ้ม” “ธีราทร บุญมาทัน” แบ๊กซ้ายจอมแกร่ง, “เจ” “ชนาธิป สรงกระสินธ์” แนวรุกจอมพลิ้ว

และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารจอมหนึบ

 

เริ่มต้นที่ “มุ้ย” “ธีรศิลป์ แดงดา” กองหน้าวัย 31 ปี ย้ายขาดออกจาก “กิเลนผยอง” “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” ไปตะลุยศึกเจลีกเป็นคำรบที่สองกับ “ชิมิสุ เอส-พัลส์” ด้วยสัญญาระยะเวลา 2 ปี หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อปี 2018 เคยเล่นให้กับ “ซานเฟรชเช่ ฮิโรชิม่า” ด้วยสัญญายืมตัวมาแล้ว และสามารถทำผลงานได้ดีจนเป็นที่น่าจดจำ

แต่ภารกิจครั้งนี้ของดาวยิงเบอร์หนึ่งทัพช้างศึกถือเป็นพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองอีกครั้งในลีกแดนปลาดิบกับการพาทีม ชิมิสุ เอส-พัลส์ ทำผลงานให้ดีกว่าฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งจบอันดับที่ 12 รวมทั้งเจ้ามุ้ยยังจะมีโอกาสได้แสดงให้เห็นว่าแม้วัยจะล่วงเลยหลักสามมาแล้ว แต่วิญญาณเพชฌฆาตยังคงพร้อมไล่ล่าตาข่ายช่วยตันสังกัดได้ตลอดเวลา

ธีรศิลป์เปิดใจว่า ขอบคุณสโมสรชิมิสุ เอส-พัลส์ ที่ให้โอกาสกลับไปค้าแข้งในเจลีกอีกครั้ง ซึ่งจะพยายามอย่างเต็มที่กับโอกาสที่ได้รับในครั้งนี้ และรู้สึกดีใจมากที่ได้โอกาสครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นอีกครั้งในการเดินทางไปเล่นในต่างประเทศ

และจะต้องพยายามปรับตัว เรียนรู้แท็กติกฟุตบอล รวมทั้งเรียนรู้เพื่อนร่วมทีมใหม่ด้วย

“แน่นอนว่าการออกไปเล่นต่างประเทศ ทุกคนอยากที่จะประสบความสำเร็จ เป็นงานที่ยากพอสมควรสำหรับผม แต่ผมต้องมีความพยายาม และทำให้เต็มที่ ขอบคุณ ชิมิสุที่มองเห็นบ่างอย่างในตัวผมให้มีโอกาสกลับไปเล่นในศึกเจลีก ลีกที่ดีที่สุดในเอเชีย ขอบคุณเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มอบโอกาสดีๆ ให้อีกครั้ง ผมจะพยายามทำอย่างเต็มที่ และหวังว่าผมจะประสบความสำเร็จ”

ธีรศิลป์กล่าว

 

ขณะที่ “อุ้ม” “ธีราทร บุญมาทัน” แบ๊กซ้ายรุ่นน้องวัย 30 ปี ได้พิสูจน์ฝีเท้าตัวเองให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีลีกญี่ปุ่นแล้วด้วยการพา “โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส” ผงาดแชมป์ศึกเจ 1 ลีก เมื่อฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา ก่อนถูกซื้อขาดมาร่วมทัพแบบถาวรแล้ว ทำให้แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาในฤดูกาล 2020 นี้จะยากเป็นทวีคูณกับการป้องกันแชมป์ให้ได้อีกสมัย

สำหรับในฤดูกาล 2020 เชื่อว่า ธีราทรจะยังคงยึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่นโยโกฮาม่าเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นแน่นอน จากความมุ่งมั่นทุ่มเทเต็มที่ ไม่ว่าจะในสนาม นอกสนาม และสนามซ้อม แต่กับภารกิจพาทีมป้องกันแชมป์อีกสมัย นับเป็นภารกิจหนักสุดหิน เพราะนอกจากเจ้าอุ้มจะต้องรักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นของตัวเองให้ยอดเยี่ยมดังเช่นปีก่อนแล้ว ยังจะต้องขึ้นอยู่กับมาตรฐานโดยรวมของทีมที่ต้องโชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอด้วย

ธีราทรเล่าความรู้สึกว่า อยากขอบคุณเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผลักดัน และเปิดโอกาสให้ออกไปพิสูจน์ตัวเองที่ลีกญี่ปุ่นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และขอบคุณจริงๆ ที่ให้ออกไปพิสูจน์ตัวเองแบบเต็มตัวอีกครั้งกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในฤดูกาลนี้ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกดีใจ และภูมิใจที่โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส มองเห็นคุณค่า และมอบความเชื่อมั่นให้กับตัวเองที่ผ่านมา

“ผมจะพยายามทุ่มเททำงานหนัก ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และแน่นอนว่า หลังจากนี้ไปผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเหมือนเดิม ผมยังอยากที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้นกว่านี้ เหนือสื่งอื่นใด ผมอยากขอบคุณครอบครัว ที่อยู่เคียงข้างผมมาโดยตลอด รวมถึงแฟนบอลชาวไทยทุกคน ที่ส่งกำลังมาให้ผมอยู่ตลอดเวลา”

ธีราทร กล่าว

 

ส่วนทาง “เจ” “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ดาวเตะวัย 26 ปี กำลังอยู่ในช่วงพีกที่สุดในการค้าแข้งกับ “คอนซาโดเล่ ซัปโปโร” หลังจากปีก่อนสามารถงัดฟอร์มสุดยอดออกมา ด้วยการลงเล่นในเกมลีกไปทั้งหมด 25 นัด พร้อมยิงได้ 4 ประตู และทำแอสซิสต์สวยๆ ให้เพื่อนร่วมยิงประตูได้ จนช่วยพาทีมจบอันดับ 10 บนตารางคะแนนเจ 1 ลีกได้สำเร็จ

ในปีนี้เจ้าเจเตรียมที่จะโลดแล่นในลึกสูงสุดแดนปลาดิบในปีนี้เป็นปีที่ 3 ติดต่อแล้ว

ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่าคนอื่นๆ

ทำให้เขาตั้งเป้าหมายที่จะสร้างผลงานส่วนตัวให้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ พร้อมกับมุ่งหวังที่จะพาทีมแกร่งแห่งซัปโปโรจบอันดับคว้าโควต้าเข้าร่วมฟุตบอลถ้วยแห่งทวีปเอเชียรายการ “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก” ให้ได้

ชนาธิปเปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้เล่นในเจลีกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งแฟนบอลชาวญี่ปุ่นมีการตอบรับที่ดีกับนักเตะไทยที่ไปค้าแข้งในเจลีก เพราะเห็นว่านักเตะไทยไปสร้างชื่อเสียงในเจลีกได้หลายคน และมีความคิดที่อยากจะดึงนักเตะไทยไปค้าแข้งในญี่ปุ่นมากขึ้นกว่าเดิมอีก

“สำหรับฤดูกาลใหม่ทุกคนในทีมคอนซาโดเล่ตั้งเป้าอยากจะทำอันดับให้ไปเล่นในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลถัดไปให้ได้ เป้าหมายส่วนตัวผมไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะยิงให้ได้กี่ประตู แค่อยากจะช่วยทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยอยากฝากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้นักฟุตบอลไทยที่ไปเล่นญี่ปุ่นด้วย”

ชนาธิปกล่าว

 

ด้าน “ตอง” “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์” ผู้รักษาประตูวัย 30 ปีของ “โอเอช ลูเวิน” ในลีกรองของประเทศเบลเยียม ย้ายข้ามฝากมาลุยลีกญี่ปุ่นกับ “คอนซาโดเล่ ซัปโปโร” ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล ทำให้เขาจะได้มีโอกาสผนึกกำลังกับรุ่นน้องในต้นสังกัดเก่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อย่างชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่จะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับเขาในฐานะแข้งน้องใหม่เจลีก

ก่อนหน้านี้ กวินทร์ย้ายจากทัพกิเลนผยองไปเล่นในลีกยุโรปกับโอเอช ลูเวิน เมื่อปี 2018 แต่หลังจากผ่านไป 2 ปี เขายังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับลีกยุโรปได้มากนัก ทำให้ไม่สามารถรักษาตำแหน่งตัวจริงในการเฝ้าเสาได้อย่างต่อเนื่อง โดยลงเล่นให้ทีมไปเพียง 19 นัดตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้เขาตัดสินใจย้ายมาพิสูจน์ตัวเองในลีกญี่ปุ่น

กวินทร์เปิดใจว่า ขอบคุณผู้บริหารเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ให้โอกาสได้เปิดประสบการณ์ใหม่ และทำตามความฝันในการเล่นในลีกยุโรป และขอบคุณผู้บริหารโอเอช ลูเวิน ที่เชื่อมั่น และไว้ใจมอบโอกาสให้ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็มีทั้งสิ่งที่ดี และสิ่งที่ยังต้องดีกว่านี้ ทำให้ตัวเองได้เรียนรู้และปรับปรุงต่อไป

“ผมกำลังจะเดินทางไปเล่นกับคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งก็คงจะเป็นความท้าทายใหม่ เส้นทางใหม่ที่ผมต้องไปเผชิญ แน่นอนว่า ผมจะสู้ และพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ขอบคุณครอบครัว และคนรอบข้างของผมทุกคน สำหรับทุกๆ กำลังใจ เป็นกำลังใจให้ผมต่อไปด้วยนะครับ”

กวินทร์กล่าว

 

ศึกฟุตบอลลีกสูงสุดของญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นเกมการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้นเร้าใจอยู่แล้วสมกับเป็นลีกชั้นนำของเอเชีย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาล 2020 นี้ที่มี 4 แข้งจตุรเทพไทยตบเท้าบุกไปค้าแข้งกันอย่างคึกคักยิ่ง

ทำให้ปีนี้จะเป็นยิ่งทวีคูณความสนุกตื่นเต้นอย่างมากสำหรับแฟนลูกหนังไทย

ฉะนั้น ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

บทความก่อนหน้านี้วิปฝ่ายค้าน ลั่นกลองสู้รัฐบาล แม้มือสู้ไม่ได้ แต่หลังซักฟอก เจอกระแสสังคมกดดันแน่
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ ตีตกไม่เห็นชอบข้อเสนอหยุด 9 วันสงกรานต์ ชี้ ได้ผลตอบแทนไม่คุ้ม