พิศณุ นิลกลัด : โรนัลโด้ 2563

พิศณุ นิลกลัด

เริ่มปีใหม่ทุกคนล้วนอยากมีร่างกายแข็งแรง ฟิตเต็มที่

พอพูดถึงนักกีฬาที่มีความฟิตปั๋งอันดับต้นๆ ของโลก หลายคนคิดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จะมีอายุครบ 35 ปี ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้

ตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา โรนัลโด้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือสุดยอดนักเตะเบอร์ต้นของโลก

นับตั้งแต่ปี 2002 เขาสร้างผลงานคว้าแชมป์รวม 27 รายการให้กับสโมสร ทั้งสปอร์ติ้ง ลิสบอน (1 รายการ) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (9 รายการ) เรอัล มาดริด (15 รายการ) และยูเวนตุส (2 รายการ)

ผลงานในทีมชาติโปรตุเกส เขาคว้าแชมป์ยูโร 2016 และเนชั่นส์ ลีก 2019 รวมทั้งได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมบัลลงดอร์ 5 ครั้ง และรางวัลส่วนตัวอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

 

นักฟุตบอลส่วนใหญ่พออายุย่างเข้าเลข 3 ร่างกายก็ร่วงโรยไปตามวัย เริ่มมีพุง หลายคนย้ายไปเล่นให้กับทีมในลีกระดับรองๆ และเลิกเล่นตอนอายุเฉลี่ย 35 ปี

ยิ่งนักเตะในตำแหน่งตัวรุกที่ต้องใช้พลังร่างกายสูง ก็อาจจะเลิกเล่นเร็วกว่านั้น

แต่สำหรับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัยเกือบ 35 ปี ยังมีร่างกายที่ฟิต แข็งแรง เร็ว เฉียบคมเกินกว่านักฟุตบอลวัยเดียวกัน และไม่มีทีท่าว่าเขาจะเลิกเล่นฟุตบอลในเร็ววัน

โรนัลโด้เคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2018 ว่าเขามีร่างกายที่อ่อนเยาว์กว่าอายุจริงถึง 10 ปี

สามารถแข่งฟุตบอลไปได้อีกจนถึงอายุ 41

 

เคล็ดลับร่างกายสุดฟิตของโรนัลโด้นั้นไม่ได้มีอะไรที่พิเศษไปกว่าการมุ่งมั่นฝึกฝนร่างกายเป็นกิจวัตร เข้ายิมส่วนตัวที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ เน้นออกกำลังแบบพิลาทิส เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายส่วนแกนกลาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และคุมเข้มเรื่องโภชนาการ

ในวันที่มีการแข่งขันฟุตบอล หลังแข่งเสร็จแล้วนักฟุตบอลหลายคนอาจจะกลับไปพักผ่อนร่างกาย นั่งดูทีวีที่บ้าน

แต่หลังจบการแข่งขันทุกนัด โรนัลโด้จะมุ่งตรงไปยังสระว่ายน้ำเพื่อซ้อมต่ออีกหน่อย

ซึ่งการว่ายน้ำไป-กลับ เป็นการออกกำลังที่ได้บริหารร่างกายทุกส่วนทั้งแขน ขา และแกนกลาง

นี่เป็นกิจวัตรหลังแข่งที่สำคัญของโรนัลโด้

 

นอกเหนือจากยิมและสระว่ายน้ำ โรนัลโด้ยังใช้การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy) เป็นเคล็ดลับในการฟื้นฟูร่างกาย

โดยเขาใช้เงิน 50,000 ปอนด์ หรือเกือบ 2 ล้านบาท สร้างห้องบำบัดด้วยความเย็นไว้ที่บ้านในปี 2013 หลังจากที่ได้เห็นตัวอย่างของฟรองก์ ริเบรี่ (Franck Rib?ry) ปีกชาวฝรั่งเศสของทีมฟิออเรนตินา สมัยเล่นได้อย่างสุดยอดให้กับทีมบาเยิร์น มิวนิก

วิธีบำบัดด้วยความเย็นคือการลงไปแช่อ่างน้ำเย็นหรือไนโตรเจนเหลวที่เย็นจัด อุณหภูมิ -160 ถึง -200 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 3 นาที ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว

ลดอาการบวม เคล็ด และอักเสบ เตรียมร่างกายพร้อมสำหรับการฝึกซ้อมครั้งต่อไป

ซึ่งเป็นวิธีที่นักกีฬาระดับท็อปหลายคนใช้ในการฟื้นฟูร่างกาย

 

เคยมีคนกล่าวว่าโรนัลโด้ซิตอัพถึง 3,000 ครั้งต่อวัน ซึ่งเขาก็ออกมาบอกว่าไม่ใช่เรื่องจริงเลย

สัปดาห์หนึ่งเขาทำไม่ถึง 1,000 ครั้งด้วยซ้ำ

เพราะการซิตอัพเยอะขนาดนั้นจะทำให้ร่างกายเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บและกล้ามเนื้ออ่อนแรง

สิ่งสำคัญคือการนอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอ โดยแต่ละคืนเขาจะเข้านอนเร็วและนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง

โรนัลโด้บอกว่า การฟิตร่างกายนั้นสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาไม่จำเป็นต้องอยู่ในยิม

เราสามารถจะฝึกบริหารกล้ามหน้าท้องในห้องนอนทั้งก่อนเข้านอน และหลังจากตื่นมาในตอนเช้า เมื่อได้ทำเป็นประจำจนติดเป็นนิสัยแล้วก็จะเป็นเรื่องสบายๆ

ความแข็งแกร่งทางจิตใจก็เป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญไม่แพ้ร่างกาย

โดยนอกเหนือจากการฝึกซ้อม เขาจะใช้เวลาว่างอยู่กับครอบครัว ลูกๆ และเพื่อนๆ เพื่อผ่อนคลายจิตใจและสร้างทัศนคติเชิงบวก

 

โรนัลโด้เล่าว่า ตอนอายุ 11 ปี เขามักจะได้ยินโค้ชและเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันคุยชื่นชมฝีเท้าของเขาอยู่บ่อยๆ ว่าหมอนี่สุดยอดจริงๆ

แต่ก็มีโค้ชหลายคนแอบกระซิบกันว่า เขาก็เก่งนะ แต่ตัวเล็กผอมแห้งเหลือเกิน

จุดนั้นเองที่ทำให้โรนัลโด้ตัดสินใจว่า แม้จะฝีเท้าเก่งแค่ไหน เขาก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าทุกๆ คน

เขาเริ่มแอบย่องออกจากหอพักไปออกกำลังกายทุกคืน จนตัวเขาใหญ่ขึ้น และปราดเปรียวขึ้น

เขาทำให้โค้ชทุกคนที่เคยวิจารณ์นั้นอึ้งไปตามๆ กัน ก่อนจะย้ายไปอยู่กับทีมเยาวชนของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ในปี 1997 ขณะอายุ 12 ปี

ซึ่งทัศนคติเรื่องการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาตลอด

 

แต่การฝึกหนักของโรนัลโด้จะกลายเป็นเรื่องสูญเปล่าหากเขาไม่ยึดหลักโภชนาการที่ถูกต้อง โรนัลโด้ทานอาหารโปรตีนสูง ธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อย (Whole grain) ผลไม้ ผัก หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาล

โรนัลโด้ไม่ได้เป็นคนกินมังสวิรัติหรืออาหารจากพืชผักเป็นหลัก แต่เขาจะเน้นกินเนื้อปลาที่มีระดับไขมันน้อย อาหารจานโปรดคือ “บาคาเลา อา ลา บราซา” (Bacalao a la Brasa) เป็นปลาค็อดย่าง เคียงด้วยหอมใหญ่ มันฝรั่งแผ่น และไข่คน

บางวันเขากินอาหารถึง 6 มื้อ เพื่อให้แน่ใจว่ามีพลังงานเพียงพอสำหรับการฝึกในระดับสูงสุด

เคล็ดลับความฟิตอีกอย่างของโรนัลโด้คือเขาเลิกเหล้าอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่ปี 2005

โดยนอกจากเหตุผลด้านโภชนาการแล้ว ยังเป็นเพราะโชเซ่ ดินิส อเวยโร่ (Jos? Dinis Aveiro) พ่อของโรนัลโด้ เสียชีวิตเนื่องจากโรคพิษสุราเรื้อรังในปีเดียวกัน

การเป็นยอดนักกีฬาแถวหน้าสุดของโลกแบบยั่งยืนไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกครับ

บทความก่อนหน้านี้‘สุทธิชัย หยุ่น’ โอบ ‘ขรรค์ชัย’ อวยพรมติชนสู่ปีที่ 43 เผย ‘มาจากสายน้ำเดียวกัน’ ย้ำเป็นสถาบันสื่อที่พึ่งพาได้
บทความถัดไป“วีระ”เดือด จี้ถามตำรวจ สำนวนคดี’ปารีณา’บุกรุกป่าหายไปไหน หารัฐบาลอยู่เบื้องหลัง