พิศณุ นิลกลัด : เรื่องน่าสนใจของซีเกมส์ 2019

พิศณุ นิลกลัด

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 30 ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคมนี้

ซีเกมส์ครั้งนี้ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 4 หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี 1981, 1991 และ 2005

เดิมทีสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2019 เป็นของประเทศบรูไน

แต่ในเดือนมิถุนายน 2015 บรูไนขอถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพ เพราะขาดสิ่งอำนวยความสะดวก และไม่มีกำลังคนเพียงพอต่อการเตรียมตัวให้ทัน ประเทศฟิลิปปินส์จึงแสดงความสนใจเป็นเจ้าภาพแทน

เดือนกรกฎาคมปี 2017 เกิดความไม่แน่นอนเรื่องความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพของฟิลิปปินส์ หลังมีเหตุการณ์สู้รบในเมืองมาราวี (Marawi) บนเกาะมินดาเนา-ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2017 รัฐบาลฟิลิปปินส์ต้องนำงบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับจัดกีฬาซีเกมส์ไปใช้ฟื้นฟูเกาะมินดาเนาก่อน

แต่สุดท้ายฟิลิปปินส์ก็ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2019

 

สถานที่หลักในการแข่งซีเกมส์ครั้งนี้คือ นิว คลาร์ก ซิตี้ (New Clark City) ในเมืองคาปาส จังหวัดตาร์ลัก (Capas, Tarlac) อยู่ตอนเหนือของฟิลิปปินส์ใกล้นครมะนิลา

ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ของฐานทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบันมีการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นชุมชนเมืองใหม่ สร้างหมู่บ้านนักกีฬา และสร้างศูนย์กีฬานิว คลาร์ก ซิตี้ (New Clark City Sports Hub) ซึ่งมีทั้ง Athletics Stadium ความจุ 20,000 ที่นั่ง สำหรับแข่งกรีฑา และ Aquatic Center ความจุ 2,000 ที่นั่ง ใช้เป็นสังเวียนแข่งกีฬาทางน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ และโปโลน้ำ) และจะใช้เป็นสถานที่จัดพิธีปิดซีเกมส์ 2019 ในวันที่ 11 ธันวาคม

ส่วนกีฬาอื่นๆ กระจายไปแข่งขันตามศูนย์กลางในเมืองใกล้เคียงอีก 2 แห่ง ได้แก่ เมืองซูบิก (Subic) และนครมะนิลา รวมแล้วมีสถานที่แข่งขันกีฬาทั้งหมด 44 แห่ง ซึ่งล้วนอยู่บนเกาะลูซอน (Luzon) ทางตอนเหนือของประเทศ

สำหรับพิธีเปิดซีเกมส์จะจัดขึ้นที่ Philippine Arena ในจังหวัดบูลากัน (Bulacan) ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร

ที่นี่คือสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความจุ 55,000 ที่นั่ง ใหญ่กว่าปารี ลา เดฟองซ์ อรีนา (Paris La D?fense Arena) ในฝรั่งเศสซึ่งมีความจุ 40,000 ที่นั่ง

 

ในการแข่งขันซีเกมส์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีการแข่งขัน 404 รายการจาก 38 ชนิดกีฬา

แต่ที่ฟิลิปปินส์ครั้งนี้จะเป็นซีเกมส์ที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นเป็น 530 รายการ จาก 56 ชนิดกีฬา คาดว่าจะมีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 9,000 คน

กีฬาทั้ง 56 ชนิดมีการแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ประกอบด้วย

1. กีฬาบังคับ (Compulsory Sports) มี 2 ชนิด ได้แก่ กรีฑา (Athletics) และกีฬาทางน้ำ (Aquatics)

2. กีฬาที่แข่งในโอลิมปิกและเอเชี่ยนเกมส์ (Olympic and Asian Games Sports)

3. กีฬาเฉพาะภูมิภาคและกีฬาใหม่ (Regional and New Sports)

 

ซีเกมส์ครั้งนี้จะมีกีฬาสาธิต 2 ชนิด คือหมากรุก กับฮอกกี้ใต้น้ำ

นอกจากนี้ ยังมีกีฬารายการใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในซีเกมส์เป็นครั้งแรก ได้แก่ บาสเกตบอล 3 คน, เบรกแดนซ์, แฮนด์บอลชายหาด, สเก๊ตบอร์ด, กระดานโต้คลื่น และศิลปะการต่อสู้ที่เคยประเดิมแข่งใน Asian Games 2018 ได้แก่ ยิวยิตสู (Ju-jitsu), คูราช (Kurash), ซามโบ (Sambo)

ส่วนการแข่งขัน e-Sports ซึ่งเคยเป็นกีฬาสาธิตใน Asian Games 2018 ครั้งนี้จะนับเหรียญรางวัลรวมให้แก่ทีมชาติที่ชนะการแข่งขันด้วย

โดยมี 6 เกมที่ใช้ในการแข่งขัน ได้แก่ Dota2, Starcraft II, Mobile Legends: Bang Bang, Arena of Valor, Tekken 7 และ Hearthstone

 

ตัวมาสคอตในซีเกมส์ 2019 เป็นฟองสบู่หน้าตาร่าเริง ชื่อว่า “ปามี” (Pami) ย่อมาจาก “ปามิลยา” (Pamilya) ในภาษาตากาล็อก แปลว่า ครอบครัว

ลักษณะของปามีคล้ายกับโลโก้ประจำการแข่งขันที่เป็นรูปวงกลมสีน้ำเงิน เหลือง แดง ดำ และเขียว จำนวน 11 วง เรียงตัวเป็นรูปร่างคล้ายแผนที่ประเทศฟิลิปปินส์ สื่อความหมายถึงทั้ง 11 ประเทศที่มารวมตัวในฟิลิปปินส์เพื่อร่วมการแข่งขันและสนับสนุนกันและกันในซีเกมส์ 2019

ถึงแม้โลโก้จะมีความหมายลึกซึ้ง แต่การดีไซน์ผลงานที่ออกมาดูเรียบง่ายเกินไป ก็เลยโดนชาวเน็ตนำไปล้อขำๆ ว่าเหมือนมหกรรมกีฬาเป่ากบที่ใช้หนังยาง เป็นอุปกรณ์แข่งขันมากกว่า

 

ปัจจุบันประเทศฟิลิปปินส์อยู่อันดับ 4 ของตารางเหรียญรวมซีเกมส์ทั้งหมด ได้ 918 เหรียญทอง 1,076 เหรียญเงิน กับ 1,357 เหรียญทองแดง รวมเป็น 3,351 เหรียญ

ส่วนประเทศไทยจนถึงวันนี้ได้มาแล้ว 2,162 เหรียญทอง 1,827 เหรียญเงิน กับ 1,821 เหรียญทองแดง รวมเป็น 5,810 เหรียญ อยู่อันดับ 1 ของตารางเหรียญรวมซีเกมส์

มาร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองให้ได้มากที่สุดในซีเกมส์ 2019 รวมถึงอาเซียน พาราเกมส์ 2020 การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาผู้พิการในอาเซียน…

ซึ่งฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพตั้งแต่วันที่ 18-25 มกราคม 2020

บทความก่อนหน้านี้ผู้นำฮ่องกงเตรียมพบ “ประยุทธ์” พรุ่งนี้ ขอไทยไม่ออกข่าวเอิกเกริก หวั่นเจอฝ่ายต่อต้าน
บทความถัดไป“วัฒนา” ขอเคลียร์ระเบียบประชุมข้อ 85 หลังรบ.โหวตแพ้ ซัดศรีธนญชัยเมืองไทยมีเกินพอแล้ว