พิศณุ นิลกลัด : โป๊ปฟรานซิส กับข้อคิดในการรักษาสุขภาพ

พิศณุ นิลกลัด

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หรือโป๊ปฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก จะเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายนนี้

ครั้งล่าสุดที่สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จเยือนประเทศไทยคือ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2

เมื่อปี 1984

 

โป๊ปฟรานซิสเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ที่ 266 และเป็นพระคาร์ดินัลจากละตินอเมริการูปแรกที่ก้าวสู่ตำแหน่งประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิก โดยเริ่มวาระตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2013 ประสูติที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อปี 1936 จะมีพระชนมายุครบ 83 พรรษาในวันที่ 17 ธันวาคมที่จะถึงนี้

ในปี 2014 มีงานสำรวจที่น่าสนใจเพื่อหาว่าผู้นำทางจิตวิญญาณของโลกท่านใดในยุคนี้มีสุขภาพแข็งแรงที่สุด

เป็นการค้นคว้าสำรวจของเว็บไซต์ Health Fitness Revolution ทำการรวบรวมข้อมูลวิจัยจากการสัมภาษณ์ ข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ห้องสมุด และงานเขียนที่เกี่ยวกับชีวิตของผู้นำทางจิตวิญญาณต่างๆ บนโลก

บวกกับการวิเคราะห์ผ่านความรู้และประสบการณ์ด้านการออกกำลังกายมากกว่า 33 ปีของซาเมียร์ เบชิช (Samir Becic) เทรนเนอร์ชื่อดังชาวบอสเนีย ซึ่งเคยได้รางวัลเทรนเนอร์หมายเลข 1 ของโลกถึง 4 สมัย

 

ผลการสำรวจและวิจัยได้คำตอบว่า โป๊ปฟรานซิสทรงมีพลานามัยแข็งแรงที่สุดในบรรดาผู้นำทางจิตวิญญาณของโลก

ซาเมียร์ เบชิช เทรนเนอร์ชื่อดัง และเป็นเจ้าของเว็บไซต์ Health Fitness Revolution บอกว่า ที่เขาและทีมงานยกให้โป๊ปฟรานซิสทรงมีพลานามัยที่แข็งแรงที่สุดนั้น เนื่องมาจากหลักการดำเนินชีวิตต่างๆ ของพระองค์ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงปัจจุบันดีต่อสุขภาพ เราสามารถนำมาใช้เป็นข้อคิดในการรักษาสุขภาพตามแบบอย่างโป๊ปฟรานซิสได้

โดยแบ่งออกเป็น 10 ประการ

ดังต่อไปนี้

 

1.มีความสมถะ (Be humble) เป็นที่ทราบทั่วกันว่าโป๊ปฟรานซิสทรงเป็นผู้ที่มีความสมถะมาก ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งในฐานะพระสันตะปาปา พำนักในแฟลตที่ตบแต่งอย่างเรียบง่ายใกล้กับโบสถ์ เสวยอาหารในโรงอาหาร ซึ่งงานสำรวจด้านจิตวิทยาในปี 2012 พบว่าคนที่มีระดับความถ่อมตนสูง ใช้ชีวิตเรียบง่าย จะยิ่งมีสุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยผู้สูงอายุ

2. ทานอาหารเบาๆ (Eat light) โป๊ปฟรานซิสทรงโปรดปรานการเสวยอาหารง่ายๆ ที่ดีต่อสุขภาพและประหยัด เช่น ผลไม้ เนื้อไก่ไร้หนัง และสลัด เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จเยือนนิวยอร์กในปี 2015 ทรงพำนักในทาวน์เฮาส์เล็กๆ แถบ Upper East Side และเสวยอาหารง่ายๆ ได้แก่ ปลา ข้าว และกล้วย

3. ฟังเพลง (Listen to music) โป๊ปฟรานซิสทรงโปรดปรานเพลงคลาสสิคมาก ซึ่งจากการศึกษาในฟินแลนด์พบว่าการฟังเพลงคลาสสิคส่งผลดีต่อการทำงานด้านสติปัญญา ช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้และจดจำ กระตุ้นการสร้างสารโดพามีน (Dopamine) ที่ทำให้เกิดความสุขและพึงพอใจ

4. อ่านเยอะๆ (Read, read, read) พระองค์เป็นผู้คงแก่เรียนและชอบอ่านหนังสือ เคยทรงงานสอนวิชาวรรณกรรมและจิตวิทยา ซึ่งงานศึกษาหลายชิ้นพบว่าการอ่านหนังสือช่วยเพิ่มความตระหนักรู้ทางสังคม มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ลดโอกาสเกิดโรคอัลไซเมอร์ ลดอาการซึมเศร้า และต้านความเครียด

5. เข้าสังคม (Be social) โป๊ปฟรานซิสทรงพบปะกับสานุศิษย์และพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตศาสนาอยู่บ่อยๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ซึ่งงานศึกษาพบว่าการได้เข้าสังคมบ่อยๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ลดปัญหาทั้งอัลไซเมอร์ โรคมะเร็ง โรคกระดูกพรุน โรคไขข้ออักเสบ ความดันเลือดสูงและโรคซึมเศร้า

 

6.อย่าให้ความพิการมาทำเราถดถอย (Don”t let handicaps hold you back) มีรายงานว่าตอนที่โป๊ปฟรานซิสมีพระชนมายุ 19 พรรษา ทรงมีอาการติดเชื้อในพระปัปผาสะ (ปอด) ซึ่งต้องทำการผ่าตัดพระปัปผาสะออกข้างหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบันพระองค์ยังทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง กระฉับกระเฉง ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และทรงมองโลกในแง่ดีเสมอ

7. รู้จักพอประมาณ (Moderation is key) หลักปรัชญาของเยซูอิต (Jesuit) ให้ความสำคัญกับการสงบใจ รู้จักประมาณกับทุกๆ สิ่ง โดยเฉพาะเรื่องปริมาณการทานอาหาร โดยยิ่งถ้าเรามีความอยากทานอาหารมากเท่าไร ก็จงทานให้น้อยลง “If tempted to eat more, eat less.”

8. เต้นรำ (Dance!) สมัยวัยเยาว์ ก่อนที่โป๊ปฟรานซิสจะทรงรับศีลอนุกรมเป็นบาทหลวงในปี 1969 พระองค์โปรดปรานการเต้นแทงโก้มากๆ ซึ่งการเต้นแทงโก้เพียงแค่ 30 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้ 120 แคลอรี่

9. ยอมตามใจตัวเองบ้าง (Indulge every so often) แม้จะยึดมั่นกับการทานอาหารเบาๆ เพื่อสุขภาพ แต่โป๊ปฟรานซิสทรงโปรดพิซซ่ามาก เพราะฉะนั้น นานๆ ครั้งพระองค์ก็จะเสวยพิซซ่าในโอกาสพิเศษ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา

พระองค์เคยตรัสว่า หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นพระสันตะปาปาก็คือ พระองค์ไม่สามารถเสด็จไปร้านพิซซ่าที่ทรงโปรดปรานโดยที่คนไม่สังเกตได้อีกต่อไป

10. แข็งแรงได้ทุกวัย (Any age can be healthy) โป๊ปฟรานซิสทรงเดินระยะทางไกลๆ ทุกวันเพื่อเป็นการออกกำลังกาย ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้ชีวิตเพื่อมีสุขภาพดี และแม้ว่าผู้สูงอายุวัย 83 ปีหลายคนอาจจะไม่สามารถเดินออกกำลังกายได้แบบโป๊ปฟรานซิสแล้ว แต่อย่างน้อยก็พยายามหากิจกรรมอย่างอื่นทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวและรู้สึกถึงการมีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ

ไม่ว่าคุณจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือนับถือศาสนาใด สามารถรักษา ดูแลสุขภาพตามแบบโป๊ปได้ครับ

บทความก่อนหน้านี้‘หมอวรงค์’ ไลน์ลาเพื่อนๆ ปชป. ยังเป็นพวกเดียวกัน ก่อนออกจากกลุ่มไลน์
บทความถัดไป‘หม่อมเต่า’ รับ ‘หมอวรงค์’ ซบพรรครปช. เผยคุยกันก่อนหน้านี้แล้ว