เด็กเก็บบอล : 5 สิ่งน่าสนใจ ใน “ซีเกมส์” ณ ฟิลิปปินส์

วันเวลาช่างเดินอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เข้าสู่ 2 เดือนสุดท้ายของปีแล้ว ซึ่งปลายปีนี้ ทัพนักกีฬาไทยมีภารกิจสำคัญอยู่ นั่นคือการแข่งขัน” “ซีเกมส์”” ครั้งที่ 30 ที่ “ประเทศฟิลิปปินส์”

จริงอยู่ที่ว่าแฟนกีฬาชาวไทยอาจจะไม่ค่อยตื่นตัวกับการแข่งขันซีเกมส์มากเท่าสมัยก่อน อาจจะเนื่องด้วยการแข่งขันที่เจ้าภาพเน้นกับการครองเป็นเจ้าเหรียญทองมากเกินไป จนทำทุกทางเพื่อให้ได้เหรียญรางวัลเยอะที่สุด

แต่ก็ยังคงเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นจริงๆ คนไทยทุกคนก็ยังคงจะพร้อมให้กำลังใจนักกีฬาในฐานะตัวแทนประเทศไทยอย่างแน่นอน

สำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ที่โคจรกลับไปจัดที่ประเทศฟิลิปปินส์อีกครั้ง ล่าสุดที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพคือเมื่อปี พ.ศ.2548

 

ครั้งนี้ฟิลิปปินส์ใช้ 3 เมืองหลักในการจัดการแข่งขัน ได้แก่ “เมืองคลาร์ก” ซึ่งเคยเป็นอดีตฐานทัพเรือของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะใช้สำหรับพิธีปิดการแข่งขัน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม ส่วนในพิธีเปิด ในวันที่ 30 พฤศจิกายน จะจัดขึ้นที่ “ฟิลิปปินส์ อารีน่า” สนามในร่มขนาดใหญ่ ที่อยู่ใน “เมืองบูลากัน” นอกจากนี้ การแข่งขันหลักๆ ก็จะอยู่ในเมืองหลวงอย่าง “กรุงมะนิลา” และอีกเมืองที่สำคัญอย่าง “เมืองซูบิก”

ในส่วนของการชิงชัยนั้น เจ้าภาพจัดไว้ทั้งสิ้น 56 ชนิดกีฬา แต่ว่าในส่วนของจำนวนเหรียญนั้นยังคงไม่สามารถสรุปได้ เพราะเจ้าภาพยังดึงเข้า ดึงออก แม้ว่าจะประชุมครั้งล่าสุดเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็ยังไม่สรุปเช่นเดิม ซึ่งน่าจะรอจนถึงการประชุมผู้จัดการทีมก่อนการแข่งขัน จึงจะสรุปได้

ซึ่งในขณะที่หลายๆ อย่างยังไม่ค่อยลงตัว ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ซีเกมส์ครั้งนี้ดูจะค่อนข้างเงียบเหงาไปพอสมควร

ดังนั้น เราจะมาดูกันว่า 5 สิ่งสำคัญสำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ ที่น่าจับตาสำหรับคนไทยจะมีอะไรกันบ้าง

 

“แบดมินตันลุ้นสถิติใหม่”

เมื่อซีเกมส์หนก่อนที่ประเทศมาเลเซีย ทีมนักตบลูกขนไก่ของไทยทำผลงานเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม จาก 7 เหรียญทองที่ชิงชัย สามารถคว้ามาได้ถึง 4 เหรียญทอง จากทีมหญิง, หญิงเดี่ยว, หญิงคู่ และคู่ผสม

แน่นอนว่าครั้งนี้แบดมินตันก็ยังคงเป็นหนึ่งชนิดกีฬาที่ไทยสามารถตั้งความหวังเอาไว้ได้เช่นกัน

ในส่วนของประเภททีมหญิง ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถรักษาแชมป์เอาไว้ได้ เพราะยังคงดารามาเต็มทีม ไม่ว่าจะเป็น “น้องเมย์” “รัชนก อินทนนท์”, “แน็ต” “ณิชชาอร จินดาพล”, “ปอป้อ” “ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” และ “เอิร์ธ” “พุธิตา สุภจิรกุล” เป็นต้น

แต่ในส่วนของประเภทบุคคล ยอมรับว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อย เพราะมันคือช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการแข่งขัน “ซูเปอร์ซีรี่ส์ เวิลด์ทัวร์ ไฟนัล” ที่มีนักแบดไทยอีกหลายคนเข้าไปแข่งขัน ซึ่งล้วนแต่เป็นความหวังสูงสุดของทีมตบขนไก่แทบทั้งสิ้น

นับเป็นโจทย์ใหญ่ของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยเช่นกัน ว่าขุมกำลังสำรองจะสู้ตัวหลักๆ ที่ไม่สามารถลงแข่งขันได้หรือไม่

 

“วอลเลย์บอลหญิงลับฝีมือก่อนคัดโอลิมปิก”

อย่างที่เรารู้กันว่า ทีมตบลูกยางสาวไทยเตรียมจะลงเล่นรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ดังนั้น ซีเกมส์ครั้งนี้จะเป็นรายการสำคัญที่จะได้ทดลองผู้เล่น รวมถึงระบบการเล่นต่างๆ เพื่อจะให้พร้อมที่สุดสำหรับรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์

ก็น่าสนใจตรงที่ว่าครั้งนี้จะเลือกส่งบรรดาจอมเก๋าอย่างเช่น “กิ๊ฟ” “วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์”, “หน่อง” “ปลื้มจิตร์ ถินขาว”, “ซาร่า” “นุศรา ต้อมคำ” หรือ “อร” “อรอุมา สิทธิรักษ์” ไปร่วมแข่งขันหรือไม่

หรือบางทีเราอาจจะได้เห็นนักตบลูกยางหน้าใหม่ๆ ที่จะเริ่มก้าวแรกด้วยการไปหาประสบการณ์จากการแข่งขันระดับซีเกมส์ดูก่อน

ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้ว นี่คือเหรียญหนึ่งที่ไทยค่อนข้างแบเบอร์มากๆ กับคู่แข่งในระดับอาเซียน แต่ก็ต้องบอกว่าไม่สามารถประมาทเจ้าภาพอย่างฟิลิปปินส์ได้ เพราะได้ยินมาว่ามีการดึงนักกีฬาลูกครึ่ง รูปร่างสูงใหญ่ เข้ามาเสริมทีมเพื่อหวังล้มไทยในซีเกมส์ครั้งนี้

ดังนั้น จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาหนึ่งที่คอกีฬาชาวไทยไม่ควรพลาดเด็ดขาด

 

“อีสปอร์ตชิงเหรียญอย่างเป็นทางการ”

นับเป็นครั้งแรกที่ “กีฬาอีสปอร์ต” ถูกบรรจุเป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการ และมีการนับเหรียญรางวัล

ก็ต้องบอกว่าช่วงที่ผ่านมากระแสของอีสปอร์ตนั้นค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ คนเริ่มมองให้มันเป็นกีฬามากยิ่งขึ้น และเริ่มมีการจัดการแข่งขันอย่างแพร่หลายมากขึ้นด้วย

โดยในซีเกมส์ครั้งนี้ รายชื่อเกมที่จะใช้ในการแข่งขันก็ประกอบไปด้วย Tekken7 (เกมต่อสู้) ROV, DOTA 2, Mobile Legends Bang Bang, Starcraft และ Hearthstone

สำหรับในส่วนของนักกีฬาไทยนั้น ก็มีการจัดการแข่งขันเพื่อคัดตัวเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยในซีเกมส์ชุดแรกอย่างเข้มข้น จนในที่สุดก็ได้ทั้ง 21 คนมา

ที่ผ่านมาซึ่งยังไม่ถูกเรียกให้เป็นอีสปอร์ต และนักกีฬาเหล่านี้ยังถูกเรียกว่าเป็นแค่ “เด็กเล่นเกม” แต่ครั้งนี้พวกเขาจะได้ไปในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย พร้อมกับมีโอกาสทำเหรียญรางวัลให้กับประเทศชาติได้เป็นครั้งแรก จากที่ผ่านมาเป็นได้แค่คนเชียร์ คนให้กำลังใจเท่านั้น

ซึ่งไม่ว่าจะคว้าเหรียญอะไรได้ นี่คือความภาคภูมิใจของพวกเขาอย่างแน่นอน

 

มวยสากลไทยจะสู้เจ้าภาพได้ไหม

“มวยสากลสมัครเล่น” นับเป็นหนึ่งในกีฬาหลักที่คนไทยตั้งความหวังเอาไว้มาก แต่ก็ไม่ต่างกับฟิลิปปินส์ ที่เขาก็เชื่อมั่นว่าตัวเองก็ไม่เป็นสองรองใครในกีฬาประเภทนี้เช่นกัน

ถ้าเปรียบเทียบจากคราวก่อนที่มีการชิงชัยกันแค่ 6 รุ่น ไทยกับฟิลิปปินส์ก็แบ่งกันไปคนละ 2 เหรียญทองเท่ากัน แม้ว่าไทยจะผลงานดีกว่าเล็กน้อยที่มีเหรียญในทุกรุ่นก็ตาม

แต่ครั้งนี้ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพเอง ซึ่งการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องของการตัดสินที่บางครั้งดูไม่ค่อยเป็นกลาง และมีการโอนเอียงไปทางฝั่งเจ้าภาพเสมอ

คงต้องมาดูกันว่านักชกไทยจะเบียดแย่งเหรียญจากเจ้าภาพมาได้กี่เหรียญกัน

 

ฟุตบอลชายจะป้องกันแชมป์ได้หรือไม่

แน่นอนว่าเหรียญที่สำคัญที่สุดสำหรับคนไทย ก็คงหนีไม่พ้น “ฟุตบอลชาย” ไทยในฐานะแชมป์เก่า 16 สมัย และแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งเราก็ยังคงได้ยินเสมอว่าทุกชาติในอาเซียนพร้อมที่จะล้มไทยให้ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลังผลงานของไทยถูกเพื่อนบ้านน่ารำคาญอย่าง “ดาวทอง” “เวียดนาม” ค่อยๆ ทำผลงานได้ดีกว่า นับตั้งแต่ที่ “ปาร์ก ฮัง ซอ” กุนซือชาวเกาหลีใต้เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งเปลี่ยนให้เวียดนามไม่ใช่เชือกกล้วยของไทยอีกต่อไป

ซึ่งครั้งนี้ก็นับว่าถูกโฉลกกัน เพราะถูกจับมาเจอกันตั้งแต่รอบแรก พร้อมข้อแม้ที่ว่าถ้าหากผ่านรอบนี้ไปด้วยกันได้ทั้งสองทีม ก็มีโอกาสเจอกันอีกครั้งในนัดชิงชนะเลิศได้เช่นกัน

และไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ การคุมทีมลุยซีเกมส์ครั้งแรกของกุนซือชาวญี่ปุ่นอย่าง “อากิระ นิชิโนะ” ที่ต้องมาลุ้นกันว่าจะเป็นโค้ชต่างชาติคนแรกในรอบ 16 ปี ที่สามารถพาช้างศึกคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้หรือไม่

อย่างที่เราได้เห็นกันว่ากุนซือแดนปลาดิบคนนี้ เข้ามาเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทีมชุดใหญ่ให้กลายเป็นทีมเพรสซิ่งสูง พร้อมกับกระหายในการทำประตูได้ แต่กับชุดเล็ก ว่ากันตามตรงเขายังแทบไม่ได้ลงไปจับโดยตรงมากเท่าไหร่นัก เพราะการเตรียมทีมที่ผ่านมาคือการให้ผู้ช่วยอย่างอิสสระ ศรีทะโร หรือธชตวัน ศรีปาน เข้าไปช่วยดูทั้งสิ้น

เพียงแต่ข้อดีคือผู้เล่นหลายคนถูกดันมาติดชุดใหญ่ไปแล้ว อย่างเช่น สุภโชค สารชาติ, เอกนิษฐ์ ปัญญา หรือ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ดังนั้น น่าจะรู้จักระบบการเล่นของนิชิโนะเป็นอย่างดี และสามารถถ่ายทอดให้เพื่อนได้

อีกทั้งซีเกมส์จะเป็นรายการที่ทำให้นิชิโนะได้ทำความรู้จักนักเตะก่อนศึกใหญ่ที่จะมีขึ้นในปีหน้าอย่างการชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ด้วย

สุดท้ายต้องมาดูกันว่าไทยจะคว้าเหรียญทองมาได้หรือไม่

นอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ถือว่าน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน, เทควันโด หรือกรีฑา ก็ตาม

ดังนั้น เตรียมตัวให้พร้อม รอให้กำลังใจนักกีฬาไทยกันด้วยนะขอรับ

บทความก่อนหน้านี้จรัญ มะลูลีม : อิมรอน ข่าน กับมุมมองต่อแคชเมียร์
บทความถัดไป‘วิปวุฒิฯ’ แจง หากมีส.ว.นั่งกมธ.แก้รธน. ถือเป็นสัดส่วนครม. ไม่ใช่ตัวแทนส.ว.