เมอร์คิวรี่ : ปิดฉากระทึกศึก “ไทยลีก 2019” บทสรุปแห่งการชิงชัยสุดดราม่า

ศึกลูกหนังลีกสูงสุดของเมืองไทย “โตโยต้า ไทยลีก 2019” ปิดฉากลงไปอย่างสุดระทึกจนถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดยในที่สุดปรากฏว่า “กว่างโซ้งมหาภัย” “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ไทยลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร 10 ปี และเป็นทีมแชมป์หน้าใหม่ทีมที่ 12 ที่สอดแทรกขึ้นมาเป็นแชมป์ไทยลีกได้สำเร็จ…

ย้อนกลับไป “ไทยลีก” เริ่มต้นจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี 1996 โดยในปีนั้น “ธนาคารกรุงเทพ” เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ได้ หลังจากนั้นเป็นอีก 10 สโมสรผลัดกันคว้าแชมป์ประกอบด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 6 สมัย (2011, 2013, 2014, 2015, 2017, 2018), เมืองทอง ยูไนเต็ด 4 สมัย (2009, 2010, 2012, 2016)

ทหารอากาศ 2 สมัย (1997, 1999), บีอีซี เทโร ศาสน 2 สมัย (2000, 2001), ธนาคารกรุงไทย 2 สมัย (2002, 2003) ขณะที่แชมป์ 1 สมัย มี สินธนา (1998), พนักงานยาสูบ (2004), มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (2006), ชลบุรี เอฟซี (2007), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (2008) และปีล่าสุด 2019 เชียงราย เป็นแชมป์หน้าใหม่ทีมที่ 12

ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019 เชียงรายบุกถล่ม “ช้างศึกยุทธหัตถี” “สุพรรณบุรี เอฟซี” 5-2 ขณะเดียวกัน บุรีรัมย์พลาดท่าโดนตีเจ๊าท้ายเกมเสมอ “พยัคฆ์ล้านนา” “เชียงใหม่ เอฟซี” 1-1 ที่ตกชั้นไปแล้ว ทำให้เชียงรายคว้าแชมป์ไป ส่วนบุรีรัมย์ต้องอกหักพลาดแชมป์สมัยที่ 7 และนับเป็นการไร้แชมป์ใดๆ ในรอบ 9 ปี

 

บทสรุปของศึกไทยลีก 2019 เชียงราย คว้าแชมป์หลังลงเตะ 30 นัด มี 58 แต้มเท่ากับบุรีรัมย์ แต่เชียงรายมีเฮดทูเฮดดีกว่า จากผลงาน บุกเสมอ 0-0 ก่อนกลับมาเปิดบ้านถล่ม 4-0 ทำให้นับเป็นการตัดสินแชมป์ไทยลีกด้วยกฎเฮดทูเฮดเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการแข่งขันมา 23 ฤดูกาล

พร้อมกันนี้ เชียงรายยังคว้าโควต้าลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2020 ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยอัตโนมัติ ส่วนบุรีรัมย์ได้สิทธิ์ไปเตะในรอบเพลย์ออฟรอบสองเท่านั้น

ส่วนทีมอันดับ 3 ของตารางเป็น “สิงห์เจ้าท่า” “การท่าเรือ เอฟ.ซี.” สามารถทำผลงานเก็บไปได้ 53 แต้ม ตามมาด้วยอันดับ 4 “แข้งเทพ” “ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด” 50 แต้ม และอันดับ 5 “กิเลนผยอง” “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” 46 แต้ม


ตัดภาพไปอีกฟากหนึ่งในโซนตกชั้นที่ต้องลุ้นระทึกไม่แพ้กัน โดยสุดท้ายเป็น “ช้างศึกยุทธหัตถี” “สุพรรณบุรี เอฟซี” จบอันดับ 14 มี 32 แต้ม ตกชั้นลงไปตามอีก 2 ทีมที่ร่วงไปก่อนหน้านี้แล้วคือ “นกใหญ่พิฆาต” “ชัยนาท ฮอร์นบิล” อันดับ 15 มี 30 แต้ม และ “พยัคฆ์ล้านนา” “เชียงใหม่ เอฟซี” อันดับสุดท้าย 28 แต้ม

สำหรับเงินรางวัลของศึกไทยลีกของ 8 อันดับแรก ดังนี้ 1. สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 10,000,000 บาท 2.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3,000,000 บาท 3.การท่าเรือ เอฟ.ซี. 1,500,000 บาท 4.แบงค็อก ยูไนเต็ด 800,000 บาท 5.เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 700,000 บาท 6.สมุทรปราการ ซิตี้ 600,000 บาท 7.ชลบุรี เอฟซี 500,000 บาท และ 8. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 400,000 บาท

ส่วนดาวซัลโวของฤดูกาล 2019 ตกเป็นของ “ลอนซาน่า ดูมบูย่า” ศูนย์หน้าชาวกินีของทีม “ช้างขาวเจ้าเกาะ” “ตราด เอฟซี” ซัดรวมทั้งสิ้น 20 ประตู พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะชาวกินีคนแรกที่คว้ารางวัลดาวยิงไทยลีกไปครองอีกด้วย

ขณะที่อันดับ 2 “เนลสัน โบนีญ่า” กองหน้าชาวเอลซัลวาดอร์จากทีมทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 16 ประตู ส่วนอันดับ 3 ร่วม “อิบสัน เมโล่” กองหน้าชาวบราซิลของทีมสมุทรปราการ ซิตี้ และ “เลอันโดร อัสซัมเซา” กองหน้าบราซิลจากทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 15 ประตู

แต่นักเตะไทยหนึ่งเดียวที่สามารถก้าวขึ้นมาสอดแทรกกับบรรดาดาวยิงต่างชาติ และคว้าดาวซัลโวนักเตะไทยคือ “บุ๊ค” “เอกนิษฐ์ ปัญญา” ดาวรุ่งวัย 20 ปีของทีมเชียงราย ซึ่งโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมยิงรวม 10 ประตู พร้อมคว้าเงินรางวัล 300,000 บาท จากรางวัลดาวซัลโวนักเตะไทย รวมทั้งเชียงรายยังคว้าเงินรางวัล 2 ล้าน จากโครงการไทย สไตรก์ แบ๊ก


ทางด้าน “บริษัท ไทยลีก จำกัด” เปิดเผยสถิติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับฟุตบอลไทยลีก 2019 จำนวนทั้งหมด 240 แมตช์ ซึ่งมีแฟนบอลซื้อตั๋วเข้าชมเกมในสนามรวมทั้งสิ้น 1,367,780 คน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5,699 คนต่อนัด ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 4 ปีหลังสุดแม้จะมีจำนวนแมตช์ลดลง

ส่วนแมตช์แข่งขันที่มีแฟนบอลเข้าชมในสนามมากที่สุดเป็นเกมที่บุรีรัมย์เปิดบ้านชนะการท่าเรือ 3-1 ที่สนามช้าง อารีน่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2562 โดยมีจำนวนผู้ชมสูงถึง 32,538 คน อีกทั้งสนามช้าง อารีน่า ของทีมบุรีรัมย์ยังมีจำนวนแฟนบอลเข้าชมรวมมากที่สุดทั้งสิ้น 203,374 คน

 

สำหรับทีมแชมป์ใหม่ไทยลีก 2019 อย่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” ถือเป็นทีมภูธรทีมหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 2009 และใช้เวลา 10 ปีในการยกระดับทีมขึ้นมาสู่การเป็นทีมเบอร์หนึ่งของวงการลูกหนังไทยได้สำเร็จในฤดูกาล 2019 นี้

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เชียงรายก่อตั้งสโมสรขึ้นมาลงแข่งขันในลีก ดิวิชั่น 2 พร้อมกับได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ด้วยการจบอันดับ 2 ในรอบเพลย์ออฟ จากนั้นในปี 2010 เชียงรายสามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีกเป็นครั้งแรกได้สำเร็จจากการจบอันดับ 3 ของศึกดิวิชั่น 1

บนเวทีลีกสูงสุดปีแรกของเชียงรายในฤดูกาล 2011 สามารถทำผลงานจบอันดับ 11 หลังจากนั้นอีก 6 ปี แข้งกว่างโซ้งสร้างประวัติศาสตร์หน้าแรกด้วยการคว้าแชมป์แรกของสโมสรในศึกฟุตบอลถ้วย “ช้าง เอฟเอ คัพ 2017” พร้อมคว้าสิทธิ์ไปเตะเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ เป็นครั้งแรก

ถัดมาในฤดูกาล 2018 เชียงรายสามารถยกระดับขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของวงการฟุตบอลไทย พร้อมกับกวาดแชมป์ 3 ถ้วย ได้แก่ ช้าง เอฟเอ คัพ, โตโยต้า ลีกคัพ และไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์คัพ ก่อนที่ปีล่าสุดกว่างโซ้งประกาศศักดาผงาดแชมป์ไทยลีกเป็นสมัยแรกมากอดได้สำเร็จ

เรียกได้ว่าเป็นการต่อสู้ชิงชัยและสร้างสีสันให้กับศึกไทยลีกได้มากพอสมควรสำหรับทีมเชียงราย ซึ่งได้ก้าวขึ้นมาเบียดแย่งแชมป์กับอีก 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่างบุรีรัมย์และเมืองทอง ที่ผลัดกันครองความยิ่งใหญ่ในเวทีลูกหนังลีกสูงสุดของเมืองไทยได้ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา

น่าจับตามองว่า เมื่อไทยลีกมีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้น ทำให้แชมป์หน้าเก่า รวมทั้งอีกหลายทีมมุ่งหวังที่จะพัฒนายกระดับทีมขึ้นมาต่อกร เพราะในฤดูกาลนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าหมดสิ้นยุคแห่งการผูกขาดแชมป์แล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อเกมไทยลีกฤดูกาลหน้าที่จะมีความน่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว

แน่นอนว่าฟุตบอลไทยลีกฤดูกาลหน้าจะยิ่งทวีคูณเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้นอย่างมาก เพราะทั้งบุรีรัมย์และเมืองทองจะต้องวางแผนผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ เพื่อไล่ล่าทวงคืนความสำเร็จคืนมา ขณะที่เชียงรายก็วางเป้าหมายในการรักษาแชมป์เอาไว้ให้ได้ ส่วนทีมอื่นก็พร้อมจ้องที่จะแย่งแชมป์ได้ตลอดเวลา

จึงเชื่อว่าศึกไทยลีก 2020 จะกลายเป็นการชิงชัยที่เข้มข้นและลุ้นระทึกมากขึ้นยิ่งกว่าการแข่งขันในฤดูกาลที่ผ่านมาอย่างแน่นอน…

บทความก่อนหน้านี้ระเบียบรัตน์ หัวโต๊ะถกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข วางแผนงานปี63 เพิ่มประสิทธิภาพ
บทความถัดไปรวมที่สุดของศิลปินหนุ่มหล่อชวนฝัน 8 คน อีเวนต์ ‘กรี๊ดเดย์’ เอ็กซ์คลูซีฟที่สุด ที่ Viu จัดให้สมาชิก Viu Premium