พิศณุ นิลกลัด : มนตร์ดำในวงการฟุตบอล

พิศณุ นิลกลัด

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เป็นวันปล่อยผีหรือวันฮัลโลวีน

เมื่อหลายร้อยปีก่อน เชื่อกันว่าวันนี้เป็นวันที่มิติของคนที่มีชีวิตและคนตายเหลื่อมกัน

ดังนั้น คนแต่งตัวเป็นผีในวันฮัลโลวีน เพื่อให้วิญญาณคิดว่าคนที่เห็นนั้นก็เป็นผีเหมือนกัน

จะได้ไม่เข้ามารบกวนในวันนี้

 

เมื่อพูดถึงเรื่องผี เรื่องไสยศาสตร์ หรือมนตร์ดำที่เกี่ยวข้องกับวงการกีฬา เรามักนึกถึงการแข่งขันฟุตบอลในทวีปแอฟริกาที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก มีการใช้หมอผี เครื่องรางของขลัง ทั้งประเภทป้องกันอันตรายให้ตัวเอง และแบบที่ทำอันตรายแก่ผู้อื่น เช่น สาปแช่งนักฟุตบอลทีมคู่แข่งให้ฟอร์มตก บาดเจ็บ ยิงประตูไม่เข้า

เคยมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องรางซึ่งเชื่อกันว่าช่วยให้ทีมคู่แข่งยิงประตูไม่เข้า ในการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศรวันดา (Rwanda Premier League) เมื่อปี 2016

ครั้งนั้นเป็นการแข่งขันระหว่างทีม Mukura Victory กับ Rayon Sports

ในช่วงกลางเกม ทีม Rayon Sports ตามหลังเจ้าบ้านอยู่ 1-0

จังหวะนั้นเอง มุสซ่า คามาร่า (Moussa Camara) กองหน้าของทีมเยือน ได้วิ่งไปที่เสาประตูของทีมคู่แข่ง แล้วก้มลงไปหยิบอะไรสักอย่าง แล้ววิ่งนำไปยื่นให้เพื่อนที่ม้านั่งผู้เล่นตัวสำรองทิ้งลงไปในช่องระบายน้ำ สร้างความไม่พอใจให้ผู้รักษาประตูทีมเจ้าบ้านที่วิ่งเข้าไปจะเอาเรื่อง

สุดท้าย ทั้งคามาร่าและผู้รักษาประตูโดนผู้ตัดสินแจกใบเหลือง

หลังเหตุการณ์ผ่านไป 7 นาที มุสซ่า คามาร่า ก็โหม่งตีเสมอให้ทีมเยือนได้สำเร็จ จบเกมเสมอกันไป 1-1

 

หลายคนที่ได้เห็นคลิปดังกล่าวเข้าใจว่า มุสซ่า คามาร่า แอบไปทำพิธีกรรมอะไรที่เสาประตูคู่แข่งเพื่อให้ตัวเองยิงประตูได้หรือเปล่า

เรื่องนี้เจ้าตัวอธิบายว่า ก่อนแข่งเขาเห็นผู้รักษาประตูทีมเจ้าบ้านฝังเครื่องรางอะไรสักอย่างลงไปใต้เส้นประตูตรงโคนเสา และเมื่อถึงเวลาแข่งขัน คามาร่ามีโอกาสยิงประตูแต่ก็ชนเสาชนคานไปหมด จึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ

ดังนั้น เขาจึงพยายามหยิบเครื่องรางออกมาจากประตูและนำไปทิ้ง เลยสร้างความไม่พอใจให้ทีมเจ้าบ้านอย่างที่เห็น

แต่หลังจากหยิบออกมาแล้วก็ทำประตูได้สำเร็จจริงๆ

 

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนว่าเครื่องรางชิ้นนั้นมีผลต่อการยิงประตูหรือไม่

แต่ทางสมาคมฟุตบอลรวันดาได้ปรับเงินนักเตะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไสยศาสตร์ครั้งนั้นเป็นเงินคนละ 100,000 ฟรังก์รวันดา (3,300 บาท)

โดยทางสมาคมฟุตบอลให้เหตุผลที่ลงโทษปรับว่า ไม่ใช่เพราะนักฟุตบอลใช้ไสยศาสตร์มนตร์ดำ เนื่องจากทางสมาคมไม่ได้มีกฎห้ามใช้ไสยศาสตร์ในการแข่งขันฟุตบอล

ที่ลงโทษเพราะนักฟุตบอลทั้งสองคนทะเลาะวิวาทกัน (อันเนื่องมาจากการกล่าวหากันว่ามีการใช้ไสยศาสตร์) ก็เลยต้องดำเนินการลงโทษไปตามกฎ

 

จิมมี่ มูลิซ่า (Jimmy Mulisa) อดีตกองหน้าทีมชาติรวันดา ได้ออกมาพูดถึงเหตุการณ์นี้ว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เรายังเห็นนักฟุตบอลมีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หมอผีต่างๆ เรื่องเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้แก่ประเทศ แต่ยังทำลายพัฒนาการด้านฟุตบอลเพราะเรามัวไปสนใจเรื่องการใช้มนตร์ดำแทนที่จะไปพัฒนาฝีเท้าในสนาม”

ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับฟุตบอลในทวีปแอฟริกาเท่านั้น เพราะมีรายงานว่านักฟุตบอลพรีเมียร์ ลีกอังกฤษบางคนมีความเชื่อเรื่องลี้ลับเหล่านี้ ยอมจ่ายเงินให้เหล่าหมอผีเป็นจำนวนเงินมหาศาลเพื่อหวังจะช่วยเพิ่มทักษะให้เป็นยอดนักฟุตบอล หรือปลอดจากอาการบาดเจ็บ

บราวน์ อิเดเย (Brown Ideye) กองหน้าทีมชาติไนจีเรีย เคยเป็นกองหน้าค่าตัวสถิติสโมสรเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยนเมื่อปี 2014 ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ หรือ 394 ล้านบาท ได้เคยออกมาเตือนคนที่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำต่างๆ ว่าอย่าไปติดหลุมพราง

เขารู้จักนักฟุตบอลหลายคนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำพิธีกรรมของหมอผี และไม่สามารถหันหลังกลับได้

พวกเขาอาจได้ประโยชน์แค่ในระยะสั้น แต่จะต้องชดใช้ในระยะยาว พวกหมอผีทั้งหลายมีทักษะในการพูดโน้มน้าวชักจูง

มีภรรยาของนักฟุตบอลแอฟริกันที่เล่นในพรีเมียร์ ลีกคนหนึ่ง เปิดเผยว่า สามีของตนเชื่อเรื่องไสยศาสตร์และเครื่องรางมาก เขาโอนเงินไปให้หมอผีในประเทศไอวอรี่ โคสต์ เดือนละ 1,000 ปอนด์ (39,000 บาท)

และบ่อยครั้งที่เดินทางไปหาหมอผีถึงหมู่บ้านเพื่อให้ช่วยเรื่องทำพิธีกรรมไสยศาสตร์ต่างๆ เพื่อช่วยให้เล่นฟุตบอลได้ดี

เธอบอกว่านักฟุตบอลแอฟริกันบางคนให้ความสำคัญกับคำพูดของหมอผีมากกว่าผู้จัดการทีมของสโมสรตัวเองเสียอีก ถ้าหมอผีบอกกับสามีของเธอให้เลิกเล่นฟุตบอล เขาก็จะไม่มีวันเตะฟุตบอลอีกเลย

 

มีหมอผีคนหนึ่งในประเทศเบนิน ชื่อ มาราเบาต์ เดกลา (Marabout Degla) อ้างว่าเคยทำงานร่วมกับยอดนักฟุตบอลระดับโลกบางคน และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักฟุตบอลเหล่านั้น บอกว่าตนมีพิธีกรรมที่เรียกว่า “ทรูปเกก้า มิลิก้า” (Troupk?ka Milika)

ขั้นตอนของพิธี ก็ให้นักเตะบอกชื่อ วันเดือนปีเกิด บอกนามสกุลเดิมของแม่ให้หมอผีทราบ และระหว่างทำพิธีเป็นเวลา 9 วันจะต้องหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ และต้องนอนคลุมผ้าสีขาวทุกคืน

เมื่อพิธีกรรมสำเร็จลุล่วง จะทำให้นักเตะคนนั้นเป็นดาวซัลโวหรือเป็นยอดนักฟุตบอลของทีมตัวเอง ค่าทำพิธีกรรมนี้ ครั้งละ 460 ปอนด์ (18,000 บาท)

หมอผีคนนี้ยังขายเครื่องรางที่เป็นแหวนวิเศษ ที่คาดผมวิเศษ ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว ราคาชิ้นละ 350 ปอนด์ (14,000 บาท) นักกีฬาคนใดสวมไว้จะช่วยให้มีอำนาจเหนือคู่แข่งในทุกๆ การแข่งขัน

และยังช่วยปัดเป่าป้องกันมนตร์ดำและวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มาทำอันตรายผู้สวม

 

บราวน์ อิเดเย ให้ความเห็นในเรื่องไสยศาสตร์ว่า หมอผีบางคนเป็นแค่พวกหลอกหลวงต้มตุ๋น พยายามทำให้ตัวเองร่ำรวยด้วยการบอกเราว่าจะช่วยให้ชีวิตของเรารุ่งเรือง ซึ่งก็มีนักฟุตบอลหลายคนหลงกล

แต่เขาอยากให้มองความจริงว่าถ้าหมอผีช่วยให้เราเป็นยอดนักฟุตบอลได้จริง คนที่ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปีของโลกควรจะเต็มไปด้วยนักเตะจากทวีปแอฟริกา

แทนที่จะเป็นลิโอเนล เมสซี่ กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ผลัดกันได้อย่างทุกวันนี้

บทความก่อนหน้านี้‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ สวมเสื้อคนขับแท็กซี่ รำลึก 13 ปี ‘ลุงนวมทอง’
บทความถัดไปอนุสรณ์ ติปยานนท์ : ย้อนอ่านแม่ครัวหัวป่าก์