SearchSri : “สเปอร์ส” น่าเป็นห่วง

ช่วงนี้แฟนบอลของทีมพรีเมียร์ลีกกลุ่ม “บิ๊ก 6” ที่ไม่ใช่เหล่า “เดอะ ค็อป” คงเครียดกันมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป เพราะหากไม่นับ “ลิเวอร์พูล” ที่ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรง เก็บชัย 7 นัดรวดตั้งแต่เปิดฤดูกาลแล้ว อีก 5 ทีมที่เหลือต่างก็ต้องเผชิญวิบากกรรมกันถ้วนหน้า

ที่อาการหนักหน่อยในช่วงนี้คงไม่พ้น “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่เปิดฤดูกาลใหม่แย่ที่สุดในรอบ 30 ปี มี 9 คะแนน จาก 7 นัด อยู่อันดับ 10 ของตาราง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการคาดเดาเกี่ยวกับอนาคตของ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” ว่าจะได้รับโอกาสไปอีกนานขนาดไหน

อีกทีมที่กำลังน่าเป็นห่วงไม่แพ้กันคงไม่พ้น “ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส” ที่มี 11 คะแนน จาก 7 นัดแรก กับสถานการณ์ลุ่มๆ ดอนๆ ในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทั้งที่ตัวเองเป็นรองแชมป์เก่า แต่เปิดมา 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรกบุกเสมอ “โอลิมเปียกอส” 2-2 ทั้งที่ได้ประตูนำก่อน 2 ลูก ส่วนนัดสองอาการหนัก โดน “บาเยิร์น มิวนิก” บุกไปถล่มคาบ้าน 7-2

ความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ไก่เดือยทองเป็นสโมสรอังกฤษแห่งแรกที่เสียประตูมากขนาดนี้ในเกมบอลถ้วยยุโรป นับตั้งแต่สเปอร์สเองพ่ายให้ “เอฟซี โคโลญจ์” ในฟุตบอล “อินเตอร์โตโต้ คัพ” เมื่อปี 1995

นอกจากนี้ ผลแข่ง 2-7 ยังเป็นสกอร์ที่ขาดที่สุดในการพ่ายแพ้เกมเหย้าของสโมสรเมืองผู้ดีในบอลถ้วยยุโรป และเป็นสกอร์พ่ายยับที่สุดตั้งแต่เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ทำงานโค้ชมา เท่าๆ กับตอนคุมเอสปันญ่อล แพ้รีล มาดริด 0-5 เมื่อปี 2012 อีกต่างหาก

 

ปัญหาของสเปอร์สในตอนนี้คือการไม่สามารถรักษามาตรฐานได้อย่างสม่ำเสมอ วันที่เล่นดีก็มี วันที่เล่นแย่ก็ยับเยิน ที่สำคัญคือ เมื่อขึ้นนำแล้วไม่สามารถรักษาโมเมนตัมของเกมหรือทำประตูเพิ่มเพื่อรักษาความได้เปรียบได้ สุดท้ายกลายเป็นโดนยิงตีเสมอเหมือนแมตช์กับโอลิมเปียกอส หรือถึงขั้นพ่ายแพ้ในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ ก็มี

แนวรับของทีมอย่างคู่เซ็นเตอร์ “โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์” และ “แยน แฟร์ต็องเก้น” ดูเชื่องช้า เงอะงะ ไม่ทันเกมบุกที่คล่องตัวของนักเตะเสือใต้

“เดเล่ อัลลี่” ที่เคยโชว์ฟอร์มร้อนแรงในเกมรุกทั้งระดับสโมสรและทีมชาติอังกฤษ เผชิญปัญหาบาดเจ็บตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนถึงตอนนี้เพิ่งได้ลงสนาม 4 นัดในทุกถ้วย ยังไม่มีทั้งสถิติทำประตูและแอสซิสต์

ขณะที่ “คริสเตียน อีริกเซ่น” เพลย์เมกเกอร์ชาวเดนมาร์ก กำลังสำคัญที่ช่วยพาทีมทะลุถึงรอบชิงถ้วยยุโรปฤดูกาลที่แล้ว มาช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แสดงเจตนาชัดเจนว่าอยากย้ายทีม ขณะที่สโมสรพยายามยื้อเอาไว้ด้วยหวังว่าจะสามารถหว่านล้อมให้เขาต่อสัญญาได้ ดูแล้วเจ้าตัวผิดหวังพอสมควรและไม่รู้ว่าจะมีสมาธิทุ่มเทให้ทีมเต็มร้อยเหมือนเดิมหรือเปล่า

ขณะที่โปเช็ตติโน่เอง อาจไม่ถึงขั้น “หมดมุข” ในการทำทีม แต่ช่วงหลังๆ นักวิจารณ์อ่านภาษากายแล้วเริ่มแสดงความหวั่นใจว่าเขาอาจจะเริ่ม “หมดไฟ” กับสเปอร์สได้

 

เป็นเวลา 5 ปีแล้วที่โปเช็ตติโน่รับงานคุมทีมไก่เดือยทอง ค่อยๆ สร้างทีมจากสโมสรระดับกลางๆ ค่อนไปทางสูง สู่กลุ่มลุ้นแชมป์ ลุ้นแย่งตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกได้สม่ำเสมอ ฤดูกาลก่อนถึงผลงานในลีกจะแย่ลงจากตำแหน่งรองแชมป์ที่เคยได้ แต่ก็พาทีมไปไกลที่สุดในประวัติศาสตร์การเล่นบอลยุโรป

เมื่อผ่านจุดสูงเกือบสุดดังกล่าวมา และทั้งที่ได้เล่นในสนามใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนผู้บริหารเริ่มไฟเขียวให้ใช้เงินเสริมทัพได้บ้าง นักเตะสเปอร์สหลายคนก็เหมือนหมดแรงจูงใจไปดื้อๆ หรือไม่ก็ถึงจุดอิ่มตัวในอาชีพ ถ้าไม่รีบปรับทัพ เรียกความมั่นใจกลับคืนมา ผลงานที่แย่ลงเรื่อยๆ อาจส่งผลต่อเนื่องให้เสียกำลังใจจนหลุดยาว

และถึงวันนั้นโปเช็ตติโน่ก็อาจจะพิจารณาตัวเอง โบกมือลาสโมสรเพื่อมองหาความท้าทายใหม่

ถ้าถึงเวลานั้นจริง แน่นอนว่าทีมที่กำลังร้อนใจกับผลงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปีศาจแดง คงไม่ปล่อยให้กุนซือฝีมือระดับนี้หลุดมือไปง่ายๆ แน่นอน!

บทความก่อนหน้านี้“หญิงหน่อย” ขอความเป็นธรรม คดีทุจริตคอมฯ ปวดร้าวมา 7 ปี ทั้งที่ ป.ป.ช.มีมติไม่ผิด
บทความถัดไป‘ฝ่ายค้านอิสระ’ โผล่ทำเนียบฯ ดอดขึ้นห้อง ‘บิ๊กป้อม’ ท่ามกลางกระแสงูเห่า โหวตพ.ร.บ.งบฯ