SearchSri : “คิม ไคลจ์สเตอร์ส” คุณแม่ลูกสามผู้กำลังจะกลับมา

อายุ 36 ปีสำหรับนักเทนนิสอาชีพไม่ว่าชายหรือหญิง ถือว่าเป็นวัยเกษียณ หรือไม่ก็ใกล้เต็มทีแล้ว

นักกีฬาส่วนใหญ่เมื่ออายุล่วงเข้าเลข 3 ผลงานมักจะค่อยๆ ดร็อปลง

ถ้าอายุเลย 35 ถ้าไม่ตัดสินใจแขวนแร็กเกตก็อาจจะแทบไม่มีแชมป์ติดมือกันแล้ว

สำหรับวงการสักหลาดโลกยุคนี้อาจจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้างกับสองอดีตมือ 1 ของโลกที่ยังโลดแล่นอยู่แถวหน้าของวงการ คือ “โรเจอร์ เฟเดอเรอร์” วัย 38 ปี และ “เซเรน่า วิลเลียมส์” ซึ่งกำลังจะอายุเท่ากันปลายเดือนกันยายนนี้

สองคนนี้ยังคงแข่งขันในระดับลุ้นผลงานได้เรื่อยๆ แม้กระทั่งในทัวร์นาเมนต์อย่างแกรนด์สแลม โดยล่าสุดเซเรน่าเพิ่งเข้าชิงหญิงเดี่ยว “ยูเอส โอเพ่น” ก่อนจะพลาดหวังไปอย่างน่าเสียดาย

กรณีของเฟเดอเรอร์กับเซเรน่าอาจจะค่อนข้างพิเศษสักหน่อย เนื่องจากสามารถรักษาสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นได้ค่อนข้างดี แม้ว่าทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม

ในทางกลับกัน ถ้าอดีตนักเทนนิสที่อำลาคอร์ตไปนานร่วมๆ 8 ปี คิดจะหวนกลับมาจับไม้อีกครั้งในวัย 36 ปี ย่อมก่อให้เกิดคำถามในใจแฟนๆ หลายคนว่าเธอคาดหวังผลงานในระดับไหน? หรือแค่กลับมาให้หายคิดถึงเฉยๆ กันแน่?

 

นักเทนนิสคนที่ว่านี้คือ “คิม ไคลจ์สเตอร์ส” อดีตมือ 1 หญิงโลก ดีกรีแชมป์แกรนด์สแลม 4 สมัยชาวเบลเยียม

ไคลจ์สเตอร์สสร้างชื่อโดดเด่นมาควบคู่กับ “ฌุสติน เอแน็ง” เพื่อนร่วมชาติตั้งแต่สมัยเป็นดาวรุ่ง ความที่ทั้งคู่มีแคแร็กเตอร์แตกต่างกัน ไคลจ์สเตอร์สจึงโดนมองว่าเป็นเด็กสาวผู้แสนดีที่มักต้องครองตำแหน่ง “เพื่อนเจ้าสาว” หรือรองแชมป์ในรายการใหญ่ๆ ทุกครั้งไป เมื่อเทียบกับเอแน็งที่นิสัยเด็ดขาดกว่า แถมยังเป็นที่จดจำในฐานะคู่หมั้นของ “เลย์ตัน ฮิววิตต์” อดีตมือ 1 โลกชาวออสเตรเลีย ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากันในปี 2004

ปีต่อมาเธอจึงประสบความสำเร็จคว้าแชมป์แกรนด์สแลมหนแรกจากศึกยูเอส โอเพ่น แต่หลังจากนั้นเพียง 2 ปี สาวเบลเยียมก็ตัดสินใจแขวนแร็กเกตแบบช็อกวงการ โดยให้เหตุผลว่าต้องการไปสร้างครอบครัวกับ “ไบรอัน ลินช์” โค้ชบาสเกตบอลชาวอเมริกัน

ห่างคอร์ตไป 2 ปี ไคลจ์สเตอร์สก็คัมแบ๊กสู่วงการเทนนิสในปี 2009 ในฐานะคุณแม่ลูกหนึ่ง ซึ่งว่ากันว่าการเป็นแม่คนทำให้เธอมีมุมมองและทัศนคติต่อสิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป เรื่องความแสนดียังไม่เปลี่ยน แต่ก็มีความใจเย็นและเด็ดขาดควบคู่ไปด้วย

การกลับมารอบนี้ ไคลจ์สเตอร์สคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้อีก 3 ครั้ง และยังทวงบัลลังก์มือ 1 ของโลกได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หลังประสบปัญหาบาดเจ็บเรื้อรัง ผลงานของเธอก็เริ่มดร็อปลง ก่อนตัดสินใจแขวนแร็กเกตเป็นรอบที่ 2 ในปี 2012

 

หลังจากนั้นไคลจ์สเตอร์สก็ไปทำหน้าที่คุณแม่เต็มตัว มีลูกชายอีก 2 คนกับสามี นานๆ ทีจึงทำหน้าที่โค้ชให้กับนักเทนนิสหลายราย อาทิ “อลิเซ่ เมอร์เทนส์” และ “ยานิน่า วิกไมเออร์”

สำหรับการคัมแบ๊กรอบสามซึ่งตั้งเป้าไว้ในปี 2020 ไคลจ์สเตอร์สเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจจากการเห็น “คุณแม่” หลายรายยังคงโลดแล่นในวงการ ตัวอย่างเด่นๆ ย่อมไม่พ้นเซเรน่า วิลเลียมส์ และ “วิกตอเรีย อซาเรนก้า” อดีตมือ 1 โลกชาวเบลารุส

การคัมแบ๊กครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน เนื่องจากไคลจ์สเตอร์สอายุปาเข้าไป 36 ปีแล้ว และห่างการแข่งขันแบบจริงจังมาร่วม 8 ปี จะหวังให้สภาพร่างกายฟิตพร้อมเหมือนเมื่อก่อนคงเป็นไปได้ยาก

อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับฝีมือของเธอ หากสามารถเรียกฟอร์มเก่งคืนมาได้สัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ของช่วงพีกๆ ก็อาจจะมีลุ้นเข้ารอบลึก ขึ้นอยู่กับความยากของรายการนั้นๆ

อดีตนักหวดสาวชาวเบลเยียมบอกว่า เธออยากจะทำหน้าที่ทั้งแม่และนักเทนนิสควบคู่กัน ดังนั้น คงไม่ได้ลงเล่นเต็มฤดูกาล เพราะไม่อยากห่างครอบครัวนานเกิน 2 สัปดาห์ติดต่อกัน จึงอาจจะต้องดูวันหยุดของลูกๆ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ตามไปเชียร์คุณแม่ด้วย

ในส่วนของแฟนๆ นั้น หลังทราบข่าวการประกาศคัมแบ๊กของไคลจ์สเตอร์ส ก็เริ่มคึกคักตื่นเต้นรอคอยการกลับมา ประการหนึ่งด้วยนิสัยที่ทำให้เธอเป็นขวัญใจของแฟนๆ ส่วนใหญ่มาตลอด และอีกประการคงเป็นเพราะวงการเทนนิสยุคหลังไม่ค่อยมีซูเปอร์สตาร์ที่ยืนระยะได้ยาวๆ แจ้งเกิดขึ้นมาเหมือนกับสมัยก่อน

ถ้าเซเรน่ายังไม่ไปไหน การได้เห็นอดีตมือ 1 โลกคู่นี้โคจรมาพบกันในรายการใดรายการหนึ่ง คงเป็นภาพที่คลาสสิคไม่น้อยทีเดียว

บทความก่อนหน้านี้โฆษกรบ.ยัน สอบแล้ว เจ้าของรถตู่คันนายกฯนั่งไม่เกี่ยวค้ายา ชี้มีคนจ้องเชื่อมโยง
บทความถัดไปรมต.สิ่งแวดล้อมญี่ปุ่นคนใหม่ ชูไอเดียสู้ปัญหาโลกร้อนให้ดู “เซ็กซี่” และ “สนุกสนาน”