พิศณุ นิลกลัด : ชายงามและกล้ามท้อง 6 ลูก

พิศณุ นิลกลัด

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน เราจะได้ทราบกันแล้วว่าผู้ชายกล้ามโตคนใดจะได้ครองตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปีย (Mr. Olympia) ประจำปี 2019

การแข่งขันเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ที่เมืองลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา ปีนี้จัดประกวดเป็นปีที่ 55 ติดต่อกัน

Mr. Olympia ถือเป็นสุดยอดการแข่งขันเพาะกายของนักเพาะกายชาย เทียบกับผู้หญิงก็คือตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส

การแข่งขันทั้ง 4 วันมีการประกวดใน Division ที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความใหญ่ของกล้ามและน้ำหนักตัว

ผู้เข้าชิงตำแหน่ง Mr. Olympia นั้น เป็น Division ที่มีกล้ามใหญ่ที่สุดที่เรียก Bodybuilding Division

 

สําหรับนักเพาะกายอาชีพปีที่แล้ว ในการประกวด Mr. Olympia 2018 มีการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้น

เพราะผู้ชนะการประกวดคือ ชอว์น โรเด็น (Shawn Rhoden) ยอดนักเพาะกายชาวอเมริกันเชื้อสายจาเมกา วัย 42 ปี ที่สามารถเอาชนะฟิล ฮีธ (Phil Heath) ยอดนักเพาะกายชาวอเมริกัน วัย 37 ปี ซึ่งเป็นแชมป์เก่า 7 สมัยติดต่อกันตั้งแต่ปี 2011

พร้อมทั้งดับฝันของฟิล ฮีธ ที่กำลังจะสร้างสถิติแชมป์ 8 สมัยติดต่อกัน เทียบเท่าลี เฮนีย์ (Lee Haney : 1984-1991) และรอนนี่ โคลแมน (Ronnie Coleman : 1998-2005)

 

ชอว์น โรเด็น คว้าถ้วยรางวัลยูเจ็น แซนดาว (Eugen Sandow) พร้อมเงินรางวัล 400,000 ดอลลาร์ (13 ล้านบาท)

หลังการประกวด ชอว์นได้โพสต์รูปและเขียนข้อความยาวเหยียดลงในอินสตาแกรมส่วนตัว บรรยายความรู้สึกของตัวเอง ใจความว่า

“การคว้าแชมป์ Mr. Olympia 2018 เมื่อคืนนี้คือหนึ่งในช่วงเวลาที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต การได้ฉลองแชมป์บนเวทีเคียงข้างลูกสาวและภรรยายิ่งทำให้เป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีหรือร้าย เจอกับความพ่ายแพ้ เหนื่อยล้า เจ็บปวด และต้องดิ้นรนต่อสู้ พวกเขาอยู่เคียงข้างผมเสมอ ในบางครั้งกีฬาเพาะกายจะบั่นทอนร่างกายและจิตใจของคุณ กำลังใจเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในทุกๆ วัน เมื่อได้เห็นหน้าของลูกสาวในคืนนั้นทำให้ผมกลายเป็นคนที่อ่อนแอไปเลย น้ำตาแห่งความปลื้มปีติที่ไหลอาบสองแก้มของลูกสาวทำให้หัวใจของผมยิ้มแฉ่ง รักพวกเธอนะ”

“ขอบคุณที่รักทั้งสองคนที่คอยดูแลห่วงใยและสนับสนุนผมเสมอ”

 

สิ่งที่ทำให้ผู้คนชื่นชมและสนใจในตัวของชอว์น โรเด็น คือการที่เขาเป็นนักสู้ผู้ไม่เคยย่อท้อ

ในอินสตาแกรมของชอว์น เขามักจะโพสต์รูปเก่าๆ และเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเองและเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น

อันที่สะดุดตามากที่สุดคือรูปที่เขาแสดงภาพการเปลี่ยนแปลงของร่างกายนับตั้งแต่ปี 2008 โดยเขาเขียนบรรยายว่า

“ทุกครั้งที่มีคนบอกกับผมว่าผมไม่มีทางประสบความสำเร็จ จะทำให้ผมนึกถึงรูปนี้เสมอ เพราะผมรู้ดีว่าตัวเองได้ประสบความสำเร็จแล้ว มีช่วงเวลาหนึ่งที่เป็นจุดต่ำสุดในชีวิตของผม ผมเป็นคนขี้เมา เป็นโรคซึมเศร้า และอยากฆ่าตัวตายหลังจากต้องเสียคุณพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับ”

“ผมดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน เบอร์โทร.ออกประจำของผมก็คือร้านพิซซ่าพาพ่า จอห์นส์ (Papa John’s) ในตู้ข้างเตียงก็อัดเต็มไปด้วยขนมหวานทั้งเด็บบี้ ทวิงกี้ (Debbie Twinkie) โฮโฮส์ (HoHo’s) ฮันนี่ บัน และคัพเค้ก”

“แต่ตอนนี้ผมฉุดตัวเองกลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดนั้นได้”

“บางครั้งชะตาชีวิตก็นำพาเราไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพื่อจะชี้ทางออกให้กับเรา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะจัดการกับปุ่มเริ่มต้นใหม่ในชีวิตอย่างไร ต้องจำไว้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลในตัวเอง ในช่วงเวลาดังกล่าวเราอาจมองไม่เห็นเหตุผล บางครั้งสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เพื่อต้องการทำให้เราเป็นคนที่แกร่งขึ้น”

“อย่าให้ใครมาดึงตัวเราให้ต่ำลงหรือพรากความฝันไปจากคุณเพียงเพราะความฝันของพวกเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับคุณ ผมบอกกับตัวเองแบบนี้ทุกวัน”

 

สําหรับชอว์น โรเด็น การเป็นนักเพาะกายมีกล้ามใหญ่ยักษ์ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาให้ดีขึ้นมาก

ส่วนผู้ชายทั่วไป การมีกล้ามหน้าท้องหรือซิกซ์แพ็ก เป็นความใฝ่ฝันของหลายคน

มีหลากหลายเหตุผลที่คนต้องการสร้างกล้ามหน้าท้อง (abs) หรือซิกซ์แพ็ก (Six-pack) ให้แข็งแรง

หนึ่งเหตุผลคืออยากมีหุ่นสวยไว้ถ่ายรูปริมสระเพื่อไว้อวดลงอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก เรียกไลก์จากหนุ่มๆ สาวๆ

เหตุผลที่สองคือชอบความท้าทาย เพราะการสร้างซิกซ์แพ็กให้เห็นชัดไม่ใช่เรื่องหมูๆ นอกจากต้องบริหารกล้ามเนื้อในส่วนเฉพาะแล้วยังต้องคุมเข้มด้านโภชนาการ กินอาหารไขมันต่ำ เพื่อลดระดับไขมันในร่างกายให้เหลือไม่เกิน 6-9% สำหรับผู้ชาย และ 16-19% สำหรับผู้หญิง จึงจะเริ่มมองเห็นซิกซ์แพ็ก

ดังนั้น การมีซิกซ์แพ็กจึงเป็นความฝันสำหรับหญิงและชายที่รักสุขภาพ

 

ซิกซ์แพ็กเป็นเหมือนกระจกสะท้อนพฤติกรรมการกินอาหารและออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพ คนที่ต้องการมีซิกซ์แพ็กจะต้องยับยั้งชั่งใจไม่กินตามใจปาก เลือกกินแต่อาหารธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูป งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดน้ำตาลทรายขาว ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งใครที่สามารถสร้างซิกซ์แพ็กได้ก็จะรู้สึกว่าประสบความสำเร็จ ได้รับการชื่นชมจากคนที่พบเห็น เสริมสร้างความมั่นใจและรู้สึกภาคภูมิใจในรูปร่างตัวเอง

ในกีฬาบางประเภท เช่น กีฬาประเภทลู่ ยิมนาสติก และไตรกีฬา การมีระดับไขมันในร่างกายต่ำเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬาอย่างมาก เพราะเท่ากับว่าเราไม่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวเองเยอะขณะเคลื่อนไหว ยิ่งในงานประกวดเพาะกายหรือหุ่นสวย

การมีไขมันน้อยและเห็นซิกซ์แพ็กชัด เป็นเรื่องที่จำเป็นในการเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ

 

แม้ว่าซิกซ์แพ็กจะมีประโยชน์โดยเฉพาะกับนางแบบนายแบบที่อวดหุ่นสวยขึ้นปก ผู้ประกวดเพาะกาย และนักกีฬาสายอึด แต่ก็ใช่ว่าเราจำเป็นต้องออกกำลังกายคุมอาหารให้มีซิกซ์แพ็กก่อนจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีสุขภาพดีมีร่างกายแกนกลางที่แข็งแรง

คนที่มีซิกซ์แพ็กไม่ได้หมายความว่าจะมีสุขภาพดีกว่าหรือมีทักษะด้านกีฬามากกว่าคนที่มีพุงเสมอไป
เพราะคนที่เล่นกีฬาอย่างฟุตบอลหรืออเมริกันฟุตบอลเป็นประจำ สามารถมีร่างกายแกนกลางที่แข็งแรงกว่าโดยไม่จำเป็นต้องมีซิกซ์แพ็กเห็นชัด

อีกประการหนึ่ง มีซิกซ์แพ็กไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนมีกล้ามเยอะ แต่หมายถึงมีไขมันปกคลุมส่วนหน้าท้องน้อย

อย่างถ้าเราเป็นคนหนึ่งที่คุมอาหารแบบสุดโต่ง ออกกำลังแค่เฉพาะส่วน ก็สามารถจะมีซิกซ์แพ็กได้แล้ว
ดังนั้น การจะมีซิกซ์แพ็กหรือไม่มีก็ไม่ได้ดีและก็ไม่ได้แย่ไปซะทั้งหมด อยู่ที่เราจะพิจารณาชั่งน้ำหนักว่าซิกซ์แพ็กจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของเรามากน้อยอย่างไร

หากเรารู้สึกว่าการฝึกฝนร่างกายเพื่อสร้างซิกซ์แพ็กไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเย็นหรือฝืนตัวเองเกินไป ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ผิด

แต่ถ้าต้องถึงขั้นเข้มงวดกับตัวเองทุกทางจนส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจ หิวบ่อย หงุดหงิดง่าย ก็อยากให้ลองกลับมาคิดทบทวนว่า จะดีกว่ามั้ยหากเราหันมาสร้างพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ มีพลังและมีชีวิตชีวาโดยไม่ต้องไปสนใจเรื่องซิกซ์แพ็ก

เพราะซิกซ์แพ็กไม่ใช่เครื่องหมายของคนที่แข็งแรงสุขภาพดีเสมอไป…

แต่คือรางวัลสำหรับคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ

บทความก่อนหน้านี้วิจัยชี้ว่า บ้านที่มีคนหลายรุ่นอยู่ร่วมกัน ช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น กว่าแยกกันอยู่ สูงถึง 50%
บทความถัดไปเฝ้าระวัง 28 จังหวัด รับมือน้ำล้นตลิ่ง-น้ำท่วมขัง 12-14 ก.ย.