จริงตนาการ : “โค จิน ยอง” วันที่ความเก่งมาถูกเวลา

กอล์ฟหญิงเมเจอร์แรกของปี “เอเอ็นเอ อินสไปเรชั่น” จบลงไปแล้ว แชมป์เป็นของ “โค จิน ยอง” โปรเกาหลีใต้ที่ประเดิมคว้าเมเจอร์แรกในชีวิตของตัวเอง

ปีที่แล้ว โค จิน ยอง คว้ารางวัลนักกอล์ฟดาวรุ่งยอดเยี่ยม หรือ “รุกกี้ ออฟ เดอะ เยียร์” มาครอง และปิดปีด้วยการอยู่ในอันดับ 10 ของโลก แต่ด้วยความร้อนแรงของ” “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล” ที่กวาดทุกรางวัลที่นักกอล์ฟเก่งๆ คนหนึ่งจะทำได้ไปหมด ทำให้สปอตไลต์สาดส่องไปที่โปรสาวไทยกันหมด

ผลงานปีนี้ของโค จิน ยอง ถือว่าสุดยอดมาก ลงแข่งขันไป 6 รายการ คว้าแชมป์แล้ว 2 แชมป์ เมเจอร์เอเอ็นเอ และฟาวเดอร์สคัพ เป็นรองแชมป์ 2 รายการ และจบที่ 3 อีกรายการ

ทำให้อันดับโลกของเธอหลังเป็นแชมป์เมเจอร์ทะยานไปเป็นเบอร์ 1 ของโลกเรียบร้อยแล้ว

และเป็นนักกอล์ฟหญิงเกาหลีใต้คนที่ 15 ที่เป็นแชมป์เมเจอร์ และเป็นโปรเกาหลีใต้คนที่ 5 ที่ได้แชมป์รายการนี้

 

โปรมือ 1 ของโลกป้ายแดงเพิ่งเข้ามาเล่นในแอลพีจีเอทัวร์เต็มฤดูกาลเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ควรประมาทเธอเด็ดขาด เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 เกือบจะเป็นแชมป์เมเจอร์ไปแล้ว ในรายการบริติช โอเพ่น แต่จบอันดับ 2 ร่วม แพ้ให้กับ “ซูซานน์ เพ็ตเตอร์เซ่น” จากนอร์เวย์ไป 2 สโตรก

ก่อนหน้านี้ “ปาร์ก ซอง ฮยอน” รุ่นพี่บ้านเดียวกัน และโปรเมของไทยสลับกันครองมือ 1 ของโลกมาเรื่อยๆ แต่ผลงานของทั้งคู่ในปีนี้ถือว่ายังเงียบ โดยเฉพาะโปรเมเองที่ฟอร์มไม่สม่ำเสมอ หลังจากเปลี่ยนแคดดี้จาก “เลส ลูอาร์ก” ที่พาคว้าแชมป์เมเจอร์บริติช โอเพ่น เมื่อปี 2016 มาได้ และอยู่เคียงข้างในการทำผลงานสุดยอดเมื่อปีที่แล้ว ไปเป็น “ดาเนียล เทย์เลอร์” แคดดี้จากอังกฤษ

ดูเหมือนว่าเมและแคดดี้คนใหม่ยังจูนกันไม่ค่อยติด ถึงแม้จะผ่านตัดตัวทุกรายการที่ลงแข่ง แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงแชมป์เลยแม้แต่รายการเดียว

ขณะที่ปาร์ก ซอง ฮยอน ไม่หวือหวา แต่ไม่ตกฮวบ อันดับโลกจึงยังร่วงลงไปไม่มาก ประกอบกับนักกอล์ฟอันดับรองๆ ลงมาก็ยังไม่ค่อยจะทำผลงานได้ดีกันนัก

 

แอลพีจีเอในหลายปีหลังเมื่อผ่านช่วง 6-7 รายการแรกไปแล้ว จะเริ่มเห็นว่าปีนั้นๆ จะเป็นปีของใคร ก่อนหน้านี้เคยเป็น “ลิเดีย โค” โปรนิวซีแลนด์ ที่สร้างความมหัศจรรย์คว้าแชมป์เมเจอร์ตั้งแต่อายุ 17 กระโดดขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลก

และมาเป็นเอรียา กวาด 3 แชมป์ติด หยิบแชมป์เป็นว่าเล่น และก้าวไปเป็นมือ 1 โลกเช่นกัน

ถัดมาเป็น “เฝิง ซาน ซาน” โปรจีนที่เคยเป็นเบอร์ 1 อยู่พักหนึ่ง แต่ก็รักษาฟอร์มเก่งของตัวเองไม่ได้ ตอนนี้จึงหลุดจากท็อป 10 ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว และวนกลับมาเป็นการช่วงชิงกันของปาร์กและเมอีกครั้ง

ถึงแม้ก่อนหน้านี้โค จิน ยอง จะเคยคว้ารองแชมป์เมเจอร์มาแล้ว แต่หลังจากวันนั้น เมเจอร์ 10 รายการติด เธอไม่เคยติดท็อป 10 ได้เลย อาจจะมีแชมป์แอลพีจีเอติดมือมาเรื่อยๆ ใน 2 ปีหลัง มันก็ยังไม่พอที่ทำให้คนวงการกอล์ฟมองว่าจะมาช่วงชิงความสุดยอดจากโปรเก่งๆ ที่มีอยู่ได้

ซึ่งปรัชญาการเล่นกอล์ฟของสาววัย 23 ปีคนนี้คือ ไม่คิดถึงอนาคต เพราะไม่มีใครรู้อนาคต เล่นไปแบบช็อตต่อช็อต ทำให้ทุกอย่างออกมาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะกว่าที่โค จิน ยอง จะคว้าเมเจอร์แรก อายุเธอก็ 23 ปีแล้ว อาจจะไม่มากถ้ามองกันด้วยตัวเลข

แต่ต้องไม่ลืมว่า ลิเดีย โค ทำได้ตอนอายุ 17 เอรียาทำได้ตอน 19

 

การมาของโค จิน ยอง ทำให้แอลพีจีเอทัวร์มีเรื่องราวให้ติดตามกันมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่เอรียาและเหล่ามือดีจากเกาหลีใต้ที่ดังมาก่อนหน้านี้อีกต่อไป มีตัวละครใหม่ให้แฟนๆ ทั้งในสนามและหน้าจอได้ติดตามกันมากขึ้น

อาจจะบอกว่าความเก่งของโค จิน ยอง มาถูกที่ถูกเวลา เพราะเป็นช่วงเดียวกับที่มือดีๆ ฟอร์มแผ่วก็ได้ น่าสนใจว่าถ้าโปรเม, ปาร์ก ซอง ฮยอน, “ปาร์ก อิน บี” อดีตมือ 1 ของโลก รวมทั้ง “มิน จี ลี” จากออสเตรเลีย กลับมาท็อปฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ ความสนุกจะทวีคูณขนาดไหน

แต่การเป็นแชมป์เมเจอร์และเป็นมือ 1 ของโลกก็มีมุมอันตรายเหมือนกัน เพราะจะทำให้นักกอล์ฟคนนั้นอยู่ภายใต้ความกดดัน เพราะถูกคาดหวังจากคนรอบข้างและจากตัวเอง

ขึ้นอยู่กับว่า โค จิน ยอง จะควบคุมจุดนี้ได้ดีแค่ไหนด้วย เพราะถ้าทำไม่ได้ โอกาสเสียมือ 1 ของโลกก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้“ลดาวัลลิ์” ซัดฝ่ายสืบทอดอำนาจสะกด “สปิริต-มารยาท” ไม่เป็น จ้องขวางฝ่ายปชต.ตั้งรัฐบาล
บทความถัดไปก.ตร. เคาะตั้ง “สมพงษ์ ชิงดวง” ผงาด ผบช.สตม. แทน “สุรเชษฐ์” โยก ผบช.ประจำ ไปคุม ตชด.