จับตา 5 ต่างชาติหน้าใหม่ ระเบิดฟอร์ม “ไทยลีก 2019”

ฟุตบอล” “โตโยต้า ไทยลีก 2019″” เปิดฉากกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ถือว่ามีผลที่พลิกล็อก และเป็นไปตามคาดอยู่บ้าง

ที่น่าสนใจคงเป็นบรรดาเต็งแชมป์ อันดับ 1-5 จากฤดูกาลก่อน ต่างไม่มีใครสามารถเก็บชัยชนะในเกมแรกได้เลยสักทีม แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นการเจอกันเองระหว่าง “สิงห์เจ้าท่า” “การท่าเรือ เอฟซี” กับ “กว่างโซ้งมหาภัย” “สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด” ที่จบลงด้วยการเสมอกันไป 0-0

แต่ในส่วนของ “ปราสาทสายฟ้า” “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ก็พลาดท่าที่ปิดบัญชี “ฉลามชล” “ชลบุรี เอฟซี” ที่เหลือ 9 คนในบ้านตัวเองไม่ได้ หรืออย่าง “กิเลนผยอง” “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” ที่ประกาศกร้าวจะทวงแชมป์ แต่พ่ายคาบ้านให้ “ต่อพิฆาต” “พีที ประจวบ” 0-1 ซะอย่างนั้น

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ต่อจากนี้ไปอีก 9 เดือนคือการแข่งขันของจริง ที่เชื่อว่าน่าลุ้นและน่าติดตามทุกนัดอย่างแน่นอน

แต่ที่วันนี้จะมาพูดถึง คือสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากในฟุตบอลไทยลีกปีนี้ ก็คือการเพิ่มโควต้านักเตะต่างชาติในแต่ละทีมขึ้นมา จากเดิมจะมีแค่โควต้าต่างชาติ 3, โควต้าเอเชีย 1 และโควต้าอาเซียน 1 แต่ปีนี้ ให้โควต้าอาเซียนที่สามารถลงทะเบียนแข่งขันได้เพิ่มมาเป็น 3 คน ทำให้ปีนี้จำนวนนักเตะต่างชาติเพิ่มขึ้นมา

รวมๆ แล้วตอนนี้มีนักเตะต่างชาติที่เล่นอยู่ในลีกสูงสุดทั้งสิ้น 57 คน

โดยชาติที่มีมากที่สุดก็คือนักเตะจากแดน “แซมบ้า” “บราซิล” จำนวน 23 รายด้วยกัน รองลงมาคือ “เกาหลีใต้” จำนวน 10 คน อันดับ 3 มาจากอาเซียน คือ “ฟิลิปปินส์” ที่เดินทางมาเล่นถึง 9 คนด้วยกัน

นอกจากนั้นก็มี พม่า 5 คน, ฝรั่งเศส-สเปน 4 คน, ญี่ปุ่น-ไอวอรี่ โคสต์ 3 คน, อินโดนีเซีย-มอนเตเนโกร-เวียดนาม 2 คน ที่เหลือชาติละ 1 คน มีอัฟกานิสถาน, คอสตาริกา, เอลซัลวาดอร์, ลาว, มาเลเซีย, เนเธอร์แลนด์, สิงคโปร์, อังกฤษ, มาดากัสการ์, มาลี, ไนจีเรีย, เซอร์เบีย, สโลเวเนีย และอุซเบกิสถาน

ด้วยความที่มีต่างชาติหน้าใหม่เข้ามาทดลองค้าแข้งในเมืองไทยกันหลากหลายคน

ดังนั้น จะมายกให้ดูว่า 5 นักเตะต่างชาติที่น่าจับตามองสำหรับ โตโยต้า ไทยลีก 2019 นี้จะมีใครบ้าง

1.”โมดิโบ ไมก้า (มาลี/บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)”

คนแรกเลยต้องยกให้กองหน้าความหวังใหม่ของปราสาทสายฟ้า เพราะการจากไปของ “ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต” ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าคนที่จะเข้ามาแทนจะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน ซึ่งคนที่บุรีรัมย์เลือกเข้ามาเพื่อจะทดแทนก็คือกองหน้าที่เคยผ่านดีกรีการเล่นพรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่างไมก้านั่นเอง

ไมก้าเคยเล่นให้กับ “ขุนค้อน” “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด” เมื่อฤดูกาล 2012-2015 ลงเล่นไป 34 เกม ทำไปได้ 4 ประตูด้วยกัน ระหว่างนั้นเองมียืมตัวไป “ควีนส์ปาร์ก เรนเจอร์ส” กับ “เม็ตซ์” ในฝรั่งเศส ก่อนจะย้ายมาขุดทองในแถบตะวันออกกลาง และมาร่วมทีมบุรีรัมย์ในที่สุด

ไมก้าถือว่าเปิดตัวได้ดี เมื่อทำประตูในเกมแชมเปี้ยนส์ คัพ ที่เอาชนะสิงห์ เชียงราย ไป 3-1 แต่เอาจริงๆ สถิติกองหน้าบุรีรัมย์ที่ยิงในรายการนี้ แล้วไม่สามารถแจ้งเกิดได้ก็มีหลายคน

ก็น่าสนใจว่าไมก้าจะลบสถิติแย่ๆ แล้วกลายเป็นตัวแทนของดีโอโก้ได้หรือไม่

2.”ดัง วานลัม (เวียดนาม/เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)”

ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งของ “กิเลนผยอง” เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา คือเมื่อเขาไม่มี “ตอง” “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์” นายทวารมือ 1 ทีมชาติไทย ที่ย้ายไปอยู่กับ “โอเอช ลูเวิน” ในเบลเยียม ก็ทำให้พวกเขาเสียประตูมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์สโมสร

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาแบบตรงจุด กิเลนผยองจึงได้ดึงมือ 1 ทีมชาติ “เวียดนาม”รายนี้ เข้ามาเป็นมือ 1 ในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม

ดัง วานลัม ถือว่าโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมให้กับทีมชาติเวียดนาม ทั้งการพาทีมคว้าแชมป์” “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018″” มาครอง รวมถึงยังพาทีม “ดาวทอง” เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย “เอเชี่ยนคัพ 2019” ได้อีก แถมยังโชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟ หลายต่อหลายครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ถูกดึงมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่

ก็นับเป็นเรื่องดีที่มีโควต้าอาเซียนเพิ่มขึ้นมา ทำให้ดัง วานลัม ไม่ต้องไปแย่งชิงโควต้าต่างชาติเพื่อลงสนามเลย

3.”ยานนิค โบลี่ (ไอวอรี่ โคสต์/ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)”

กองหน้าวัย 31 ปี รายนี้ เป็นเด็กปั้นของยอดทีมจากแดนน้ำหอมอย่าง “ปารีส แซงต์ แชร์แม็ง” อยู่กับทีมตั้งแต่อายุ 11 ปี จนได้ขึ้นชุดใหญ่เมื่อปี 2007 แต่ก็ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ ได้ลงสนามแค่ 4 นัด ตลอด 3 ปี ทำได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น

ก่อนที่เจ้าตัวจะพเนจรไปเล่นในอีกหลายสโมสร ทั้งซอร์ญ่า ลูฮันสก์ ในยูเครน, อันชิ มาคัชคาล่า ในรัสเซีย, ต้าเหลียน อี้ฟาง ในจีน และโคโรลาโด ราปิดส์ ในเมเจอร์ลีก สหรัฐ ก่อนจะมาอยู่กับโรงละครแห่งความหวานในที่สุด

และแค่เพียงนัดแรก เจ้าตัวก็สามารถเข้าไปอยู่ในใจของแฟนคลับ เพราะประเดิมสนามด้วยการทำแฮตทริกใส่ “ช้างขาวเจ้าเกาะ” “ตราด เอฟซี” และพาทีม “ราชันมังกร” “ราชบุรี มิตรผล เอฟซี” ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงหลังผ่านเกมแรก

จริงอยู่ว่านี่เพิ่งเป็นเกมแรก แต่ออกตัวแรงแบบนี้ ทุกสายตาย่อมจับตามองแน่นอน

4.”แพทริก ครูซ (บราซิล/ชลบุรี เอฟซี)”

กองหน้าเชื้อสายแซมบ้ารายนี้ มีอายุเพียงแค่ 25 ปี เอาจริงๆ ยังไม่ได้ผ่านผลงานอะไรที่จะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเขามีดี เพราะที่ผ่านมาเขาเคยเล่นให้กับ “เซา เปาโล” เพียงแค่ 8 เกมเท่านั้น จากนั้นส่วนใหญ่ก็มาเล่นอยู่ในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นในมาเลเซีย, เวียดนาม เท่านั้น

แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาซึ่งเขาเล่นให้กับ “ปาฮัง” ทีมในมาเลเซีย เจ้าตัวสามารถทำได้ถึง 9 ประตูจาก 13 นัดเท่านั้น ทำให้ถูกใจทางด้านของแมวมองชลบุรี ดึงเข้ามาเสริมในโควต้ากองหน้าต่างชาติฤดูกาลนี้

ซึ่งจากที่ดูผลงานนัดแรกในการเจอกับแชมป์เก่า เจ้าตัวเองถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว จังหวะเข้าไปเบียดแย่งกับ “อันเดรียส ตูเญซ” จนทำให้กองหลังที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในลีก พลาดเสียบอลให้ ก่อนครูซจะจ่ายให้กับ “วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ” เข้าไปยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ให้กับชลบุรีได้

นัดแรกอาจจะยังวัดอะไรไม่ได้ แต่ด้วยความที่อายุน้อย ก็น่าสนใจพอสมควรว่าจะระเบิดฟอร์มในไทยได้หรือไม่

5.”ฮาจิเมะ โฮโซไก (ญี่ปุ่น/บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)”

กองกลางประสบการณ์สูงจากทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ ย้ายเข้ามาเพื่อเป็นกลจักรสำคัญในแดนกลางให้กับบุรีรัมย์ หลังจากที่ปล่อยตัว “โก ซุลกิ” ไปให้กับการท่าเรือ เอฟซี แล้ว

โฮโซไก ถือว่าเป็นกองกลางที่ผ่านเวทีระดับสูงมามาก ไม่ว่าจะเป็นการพา “ซามูไรบลูส์” “ญี่ปุ่น” คว้าแชมป์เอเชี่ยนคัพ เมื่อปี 2011 หรือจะเป็นการโลดแล่นในลีกสูงสุดของเยอรมนี อย่างบุนเดสลีก้า กับ 4 สโมสรอย่าง “เลเวอร์คูเซ่น, เอาก์สบวร์ก, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน” และ “สตุ๊ดการ์ต” รวมกันแล้วมากกว่า 100 นัด

ลองคิดภาพการจับคู่กันของโฮโซไก-“รัตนากร ใหม่คามิ” และ “จักรพันธ์ แก้วพรม” ก็สามารถทำให้แดนกลางของแชมป์เก่าไม่เป็นรองใครในลีกแน่นอน

ต้องมาดูกันว่าประสบการณ์ของโฮโซไก จะช่วยพาทีมป้องกันแชมป์เอาไว้ได้หรือไม่

นี่เลือกเอาเฉพาะหน้าใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาเล่นในไทยลีกเป็นปีแรก

แต่บรรดาต่างชาติเก่าๆ ที่เก๋าประสบการณ์ไทยลีกเองก็มีอีกมาก

ยังคงเชื่อว่านักเตะต่างชาติเหล่านี้จะสร้างสีสันให้กับฟุตบอลไทยได้อย่างแน่นอน

บทความก่อนหน้านี้คลายปม “คบซ้อน” ชีวิตก็จะไม่ซับซ้อน
บทความถัดไป“เพื่อไทย” พบนิวเจนท์ ชูศูนย์สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เน้นหลักสูตร “เด็กเป็นศูนย์กลาง”