“เธียร์รี่ อองรี” ที่โมนาโก มาเพื่อ “กอบกู้” หรือ “ทำลาย”?

“เธียร์รี่ อองรี”” อาจจะเคยเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

แต่ในวันนี้เขากลับกลายเป็นกุนซือที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคนหนึ่งในวงการฟุตบอลระดับท็อป

เพราะการรับงานคุม “โมนาโก” ทีมในลีกเอิง ฝรั่งเศส เป็นงานกุนซือเต็มตัวครั้งแรกในชีวิต ยังควานหาชัยชนะไม่เจอเลย

อองรีอำลาการเป็นผู้ช่วยของ “โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ” ในทีมชาติเบลเยียม มาคุมโมนาโก ทีมที่เคยค้าแข้งด้วยสมัยยังเป็นนักเตะดาวรุ่ง แทนที่ “เลโอนาร์โด ชาร์ดิม” ที่ถูกปลดออกไป

ด้วยตัวนักเตะที่ดีมากของโมนาโก “ราดาเมล ฟัลเกา” กองหน้าโคลอมเบียที่กลับมาเป็นเสือร้ายอีกครั้ง, “สเตฟาน โยเวติช” ปีกจอมเทคนิค, “อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน” เพลย์เมกเกอร์ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมในฟุตบอลโลก 2018 ที่บ้านเกิด, “ฌิบริล ซิดิเบ้” กองหลังแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส อาจจะเป็นรองเพียง “ปารีส แซงต์แชร์แมง” เพียงทีมเดียวเท่านั้น

แต่ยอดกองหน้าฝรั่งเศส กลับพาทีมดิ่งเหวลงไปเรื่อยๆ

อองรีประเดิมคุมนัดแรก พาทีมแพ้ “สตาร์สบูร์ก” 1-2 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม แต่วันนั้นเขายังมองโลกในแง่ดีว่า ความพ่ายแพ้ในแมตช์นั้นจะเป็นการต่อยอดให้ลูกทีมของตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม 4 นัดหลังจากนั้น โมนาโกเสมอ “คลับบรูช” ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1-1 ต่อด้วยเสมอ “ดิฌง” ในเกมลีก 1-1 แพ้ “แรนส์” 0-1 และที่หนักที่สุด ล่าสุดแพ้คลับบรูช 0-4 คาบ้าน ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก จนทำให้อองรีเกือบหมดความน่าเชื่อถือในสายตาแฟนบอลไปแล้ว

เพราะตอนนี้โมนาโกร่วงไปอยู่ที่ 19 หรืออันดับรองบ๊วยของลีกเอิง และตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกไปแล้ว เพราะมีแต้มเดียวจาก 4 นัด แทบจะไม่มีโอกาสได้เล่นยูโรป้าลีกด้วยซ้ำ

กุนซือที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ ยอมรับหลังแพ้คลับบรูชเละเทะว่า รู้แล้วว่าจะต้องโฟกัสตรงจุดไหน และกำลังหาทางที่ถูกต้องให้กับทีม แต่ตอนนี้ยังต้องมองโลกในแง่ดีเอาไว้ และพยายามนิ่งไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมไม่ชนะก็ย่อมเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว

“ปัญหาของทีมตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของแท็กติก แต่เป็นเรื่องของความกระหายที่จะชนะ ผมเข้าใจแฟนบอลโมนาโกดีว่าพวกเขารู้สึกยังไง ตอนนี้ทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก เพราะนักเตะลงไปในสนาม แต่พวกเขากลับไม่อยากจะเล่น”

สถิติของโมนาโกในฤดูกาลนี้ย่ำแย่มาก เกมลีกผ่านไป 12 นัด ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 7 นัด ยิงได้ 12 ประตู และเสียไปถึง 18 ประตู ส่วนในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ลงเตะ 4 นัด เสมอ 1 และแพ้ 3 โดนถลุงไป 10 ประตู ยิงคืนได้แค่ 2 ตุง

อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถโทษอองรีเพียงคนเดียว เพราะชาร์ดิมก็ทิ้งซากความผุพังของทีมเอาไว้มากทีเดียว เหมือนโยนเผือกร้อนให้อองรีรับไปเต็มๆ ท่ามกลางความกดดัน การยังไม่มีประสบการณ์ในการเป็นกุนซือเต็มตัว ทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปอีก

“สถานการณ์เลวร้ายอาจจะไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ แต่ทุกคนในทีมจะต้องช่วยกันทำงานหนัก เพื่อกลับมาสู่ชัยชนะให้เร็วที่สุด และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสต๊าฟโค้ชในทีมอย่างแน่นอน” อองรียืนยันหลังความพ่ายแพ้ต่อคลับบรูช

ฌิบริล ซิดิเบ้ ออกมายอมรับว่า ตัวเองและเพื่อนร่วมทีมต่างเป็นกังวลกับผลงานของทีม หนึ่งในปัญหาของโมนาโกคือ มีนักเตะอายุน้อยที่อ่อนประสบการณ์อยู่หลายคน และจะต้องมาเล่นในเกมที่มาตรฐานสูงในหลายๆ แมตช์

“วาดิม วาซิลิเยฟ” รองประธานสโมสรโมนาโก เคยบอกไว้ตอนแต่งตั้งอองรีมากู้สถานการณ์ของโมนาโกช่วงแรกว่า อองรีมีความรู้เรื่องฟุตบอลดีมาก มีความกระหาย และรู้ความต้องการของโมนาโกเป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นนักเตะของสโมสรมาก่อน ทำให้เชื่อว่าเขาจะเข้ามารวมใจนักเตะ และกู้ศรัทธาจากแฟนบอลได้

จนถึงตอนนี้เหมือนว่าบอร์ดบริหารจะเลือกคนผิดเสียแล้ว!

ก่อนที่อองรีจะมารับงานคุมโมนาโก เขามีข่าวว่าจะรับตำแหน่งผู้จัดการทีม “แอสตัน วิลล่า” ในลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ มาก่อน เมื่อแฟนบอลวิลล่าเห็นผลงานของอดีตกองหน้าอาร์เซนอลคนนี้แล้ว ต้องแสดงความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า “โชคดีที่สุดที่อองรีไม่เลือกเรา”

งานต่อไปของอองรีหนักหนาจริงๆ เพราะจะต้องออกเจอกับปารีส แซงต์แชร์แมง โคตรทีมที่ชนะรวดมาแล้ว 12 นัดในเกมลีก ตั้งแต่เปิดฤดูกาล

ชัยชนะนัดแรกในการเป็นกุนซือของอองรีน่าจะต้องรอไปอีก 1 สัปดาห์

บทความก่อนหน้านี้เปิดศึก ‘เก๋งกลาง’ รัวกลองรบ! ‘โตโยต้า คัมรี’ vs ‘นิสสัน เทียน่า’
บทความถัดไปโอตะ โอชิ เตรียมเต็มเหนี่ยวกับงาน “SWEAT16! JU JU”