ไอโอซี vs ราคิมอฟ สงครามที่มี “มวยสากล” เป็นตัวประกัน

วงการมวยสากลยังมีเรื่องวุ่นๆ ให้ติดตามกันอยู่ นั่นคือ การเลือกตั้งประธาน “สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า)” และอนาคตของกีฬามวยสากลสมัครเล่นในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในอีกเกือบ 2 ปีข้างหน้า

เรื่องวุ่นๆ มาจากการที่ “กาฟูร์ ราคิมอฟ” ประธานไอบ้าคนปัจจุบันมีเรื่องอื้อฉาวทั้งในอุซเบกิสถาน บ้านเกิดของตัวเอง และในสหรัฐอเมริกา

ทำให้ “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี)” จับจ้องการทำงาน ความโปร่งใส และการเลือกตั้งประธานไอบ้า วาระใหม่ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

ราคิมอฟพัวพันกับคดีอาชญากรรมที่อุซเบกิสถาน แต่ยังไม่มีการดำเนินคดี

ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา กระทรวงการคลังของแดนมะกันขึ้นบัญชีดำเขาเอาไว้ เพราะมีเอี่ยวกับคดีค้าเฮโรอีน

จากเหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้ไอโอซีไม่เชื่อมั่นในตัวประธานไอบ้าคนนี้อย่างมาก

ถึงจะไม่ตัดญาติขาดมิตรกันเสียทีเดียว แต่ในการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 เมื่อไม่กี่วันก่อน ไอบ้ามีคำสั่งห้ามราคิมอฟมายุ่งเกี่ยวกับการแข่งขัน

และไม่ต้องโผล่มาในการแข่งขันครั้งนี้เลย

มาถึงเรื่องการเลือกตั้งบ้าง นอกจากราคิมอฟที่ยื่นใบสมัครแล้ว “เซริก โคนักบาเยฟ” ประธานสมาพันธ์มวยสากลเอเชีย ชาวคาซัคสถาน ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า จะแย่งตำแหน่งประมุขมวยสากลของโลก และมีแนวโน้มที่จะเบียดชนะได้ด้วย

เนื่องจากบอร์ดไอบ้าและสมาชิกจำนวนมากไว้ใจเขามากกว่า เพราะเป็นทั้งผู้บริหารมวยเอเชีย และอดีตนักชกเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 1980 ที่กรุงมอสโก ในฐานะตัวแทนทีมชาติโซเวียต

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเลือกตั้งของไอบ้าประกาศรายชื่อแคนดิเดต กลับมีชื่อของราคิมอฟที่ผ่านคุณสมบัติเพียงคนเดียว โดยให้เหตุผลที่ไม่มีชื่อของโคนักบาเยฟว่า ไอบ้าปิดรับสมัครไปในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 23 กันยายน แต่ใบสมัครของประธานเอเชียมาถึงมือไอบ้าเช้าวันที่ 24 กันยายน

หมายถึงว่า ส่งใบสมัครไม่ทันเดดไลน์นั่นเอง

โคนักบาเยฟได้ฟ้องร้องไปทางศาลกีฬาโลก และได้รับสิทธิให้หาเสียงได้เหมือนเดิม เจ้าตัวส่งหนังสือแจ้งสมาชิกทั่วโลกอย่างชัดเจน และศาลกีฬาโลกจะมีการตัดสินว่าโคนักบาเยฟจะมีสิทธิเป็นแคนดิเดตในการลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ ในวันที่ 30 ตุลาคมที่จะถึงนี้

ราคิมอฟยืนยันว่า การทำงานของเขาในรอบ 8 เดือนกว่า สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาคาราคาซังของไอบ้าได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะความโปร่งใสของผู้ตัดสิน ที่ไอบ้าถูกวิจารณ์มาตลอดในหลายปีหลัง รวมทั้งเรื่องการใช้สารต้องห้ามของนักมวย ซึ่งเป็นเรื่องของสมาชิกทั้งหมดว่าจะเห็นถึงความสำเร็จในเรื่องนี้หรือไม่ แล้วจะเลือกตนมาเป็นประธานไอบ้าอีกหรือไม่

ส่วนประเด็นที่ว่า กระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีว่าเป็นผู้กระทำความผิดนั้น ตนถูกกล่าวหาเพื่อให้เสียชื่อเสียงเท่านั้น เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความจริง

ดังนั้น จึงมั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมอย่างมากในการดำรงตำแหน่งประธานไอบ้าในวาระใหม่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ไอโอซียืนยันว่ามวยสากลสมัครเล่นจะมีจัดในโตเกียว 2020 แน่นอน เพราะไม่อยากทำลายฝันและความทุ่มเทของนักกีฬาเพื่อมาแข่งโอลิมปิก

แต่ในกรณีที่การเลือกตั้งประธานไอบ้ามีความไม่โปร่งใส รวมทั้งปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมายังไม่แก้ไขให้รู้สึกว่าไอโอซีมั่นใจได้ ไอบ้าจะไม่มีสิทธิในการจัดการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้

แต่จะให้หน่วยงานอื่นที่มีความรู้ความสามารถ และเป็นที่เชื่อถือของไอโอซีมารับหน้าที่แทน

การเปิดหน้าแลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าไอโอซีไม่ต้องการให้ราคิมอฟนั่งประธานไอบ้าในวาระใหม่อย่างเห็นได้ชัด

โอกาสที่ไอบ้าและไอโอซีจะคืนความสัมพันธ์อันดีจะต้องไม่มีผู้ชายชื่อ “กาฟูร์ ราคิมอฟ” อยู่ในสารบบ เหมือนที่ “ชิง กั๊วะ วู” อดีตประธานผู้อื้อฉาวชาวไต้หวัน ถูกบีบทุกทางจนยอมกระโดดลงจากหลังเสือไปเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว

ราคิมอฟประกาศไว้ว่า การที่มวยสากลสมัครเล่นยังคงเป็นกีฬาในโอลิมปิก และความมั่นคงของไอบ้าเป็นเรื่องสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด และสำคัญกว่าตัวเขาเองด้วย

แต่ก็ทิ้งท้ายว่า ตัวเองยังเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำหน้าที่เพื่อไอบ้าต่อไป

สงครามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร น่าติดตามจริงๆ

บทความก่อนหน้านี้สุรชาติ บำรุงสุข : หกตุลารำลึก – ปฐมฤกษ์แห่งสงคราม
บทความถัดไปก้าวสำคัญ! ศาลสูงโสมขาวชี้ ปฏิเสธเป็นทหารด้วยเหตุขัดต่อมโนธรรมสำนึก เป็นสิ่งยอมรับได้