ปัญหาภายในของ “สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า)” จับตาการเลือกตั้ง ชี้ชะตามวยโอลิมปิกสากล + หมัดไทย

SearchSri

จับตาเลือกตั้ง “ไอบ้า” ชี้ชะตามวย อลป.+หมัดไทย?

ปัญหาภายในของ “สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (ไอบ้า)” ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงเอยง่ายๆ

ตั้งแต่กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวไปทั่วโลกตั้งแต่ปีที่แล้ว

เมื่อคณะกรรมการบริหารไอบ้าลงมติไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของ “ชิง กัวะ วู” ประธานสหพันธ์ชาวไต้หวัน เรื่องการบริหารงานจนหนี้สินพอกพูน นำไปสู่การลาออกจากตำแหน่งในเวลาต่อมา

แต่ไอบ้าก็ยังคงเป็นที่จับจ้องจาก “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี)” โดยมีชะตากรรมของกีฬามวยสากลใน “โอลิมปิกเกมส์ 2020” และ “โอลิมปิกเกมส์ 2024” เป็นเดิมพัน

ไอบ้ากำหนดจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2018 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้

โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่อย่างเป็นทางการ เพื่อบริหารงานต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้า

ตอนชิง กัวะ วู พ้นจากเก้าอี้ประธานสหพันธ์ “ฟรังโก้ ฟัลซิเนลลี่” ประธานสมาพันธ์มวยสากลแห่งทวีปยุโรป (อียูบีซี) ขึ้นมารักษาการในตำแหน่งประธานไอบ้าแทน

ต่อมาฟัลซิเนลลี่ก็ลาออกไป เปิดทางให้กาฟูร์ ราคิมอฟ ชาวอุซเบกิสถานในฐานะรองประธานอาวุโส ทำหน้าที่เป็นประธานรักษาการอย่างเป็นทางการต่อไป

หลังจากชิง กัวะ วู พ้นจากตำแหน่งประธานโดยเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 2 ฝ่ายนั้น ไอโอซีได้ออกโรงเตือนไอบ้าว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายมิชอบหลายกรณีด้วยกัน

พร้อมยื่นคำขาดให้สหพันธ์มวยสากลฯ แก้ไขปัญหาหลายประการ เช่น ปัญหาการเงิน, ปัญหาความโปร่งใสในการบริหารงาน, ปัญหาการต่อต้านสารต้องห้าม, ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศ ฯลฯ

เบื้องต้นลงโทษด้วยการตัดเงินสนับสนุนรายปี และเงินช่วยเหลือพัฒนากีฬาในโครงการ “โอลิมปิก โซลิดาริตี้”

พร้อมกับคาดโทษว่า หากแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ไม่เป็นที่น่าพอใจ ไอโอซีก็จะพิจารณาถอดถอนกีฬามวยสากลออกจากการแข่งขัน “โตเกียว 2020” ในอีก 2 ปีข้างหน้า

แต่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานรักษาการยิ่งทำให้ไอโอซีมีท่าทีแข็งกร้าวและเปิดเผยมากขึ้น เนื่องจากราคิมอฟมีชื่อใน “บัญชีดำ” เป็นบุคคลต้องห้ามของกระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ

เพราะราคิมอฟเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีข่าวลือว่าเกี่ยวพันกับแก๊งอิทธิพลในประเทศ

ยิ่งมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าราคิมอฟกำลังเดินเกมเรื่องลงสมัครรับเลือกตั้งและล็อบบี้หาเสียงเพื่อดำรงตำแหน่งต่อไปอย่างถูกต้องตามกฎกติกา

โธมัส บาค ประธานไอโอซีก็ถึงกับต้องออกโรงให้ข่าวด้วยตัวเองว่า ถ้าผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่น่าพอใจหรือน่าเชื่อถือก็อาจจะพิจารณาเพิกถอนกีฬามวยสากลจากโอลิมปิกเกมส์ 2020 ทันที

กรณี “ไอโอซี VS ไอบ้า” ครั้งนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากพอสมควรว่า เหตุใดไอโอซีจึงไม่ดำเนินการใดๆ ในขณะที่ชิง กัวะ วู ดำรงตำแหน่งประธานไอบ้า ทั้งที่เวลานั้นก็เห็นได้ชัดว่ามีปัญหาภายในองค์กรในหลายๆ ประเด็น หรือเป็นเพราะชิง กัวะ วู เป็นกรรมการไอโอซีระดับอาวุโส และยังได้เป็นคณะกรรมการบริหารไอโอซีในโควต้าประธานสหพันธ์กีฬาระดับโลกในเวลาต่อมาอีกด้วย?

หลายปีก่อนนั้น ไอโอซีพยายามจะตรวจสอบสหพันธ์กีฬานานาชาติต่างๆ รวมทั้งไอบ้า ทำให้ชิง กัวะ วู ออกโรงตอบโต้ ต่อต้าน ว่าไอโอซีต้องไม่แทรกแซงกิจการภายในของสหพันธ์กีฬานานาชาติทั้งปวง แต่ควรให้การสนับสนุน และช่วยเหลือเพียงเท่านั้น

ล่าสุดกระบวนการเลือกตั้งประธานและกรรมการบริหารชุดใหม่ของไอบ้าผ่านขั้นตอนการสมัครและเสนอชื่อผู้รับการเลือกตั้งกันไปแล้ว รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้ผู้ท้าชิงมีเพียง 2 คนเท่านั้น ที่เปิดเผยตัวเองแล้วคือ ราคิมอฟ กับ “เซริก โคนัคบาเยฟ” รองประธานไอบ้าและประธานสมาพันธ์มวยสากลแห่งทวีปเอเชีย (เอเอสบีซี)

การเลือกตั้งไอบ้าครั้งนี้ ย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อวงการมวยสากลของไทย โดยเฉพาะสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ย้อนไปเมื่อปี 2011 “เสธ.อ้าย” “พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์” นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยในขณะนั้น เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารไอบ้าในยุคของชิง กัวะ วู แต่นักมวยไทยก็ยังถูกกระทำในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2012 “ลอนดอนเกมส์” จน เสธ.อ้ายต้องบอกเลิกศาลาออกจากไอบ้ามาแล้ว

และจากบทสรุปล่าสุดเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา “พิชัย ชุณหวชิร” นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ตัดสินใจเข้ารับตำแหน่งรองประธานสมาพันธ์มวยสากลแห่งทวีปเอเชีย (เอเอสบีซี) ในยุคของโคนัคบาเยฟเป็นประธานมาแล้ว แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก นายพิชัยจึงตัดสินใจลุยงานในเมืองไทย และร่วมมือกับชาติเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนในการพัฒนากีฬามวยสากลร่วมกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ผลงานดังกล่าวทำให้บรรดาผู้นำและแกนนำมวยสากลของทุกชาติในกลุ่มอาเซียนให้การยอมรับ เชื่อถือนายพิชัย จนถึงการมีส่วนร่วมกับวงการมวยสากลไทยในทุกระดับ

โดยเฉพาะ “ฟิลิปปินส์” ที่กลายเป็นพันธมิตรและแนวร่วมพันธุ์แท้กับไทยในการทำงานด้านกีฬามวยสากลร่วมกัน แบบเอาไงเอากันทุกๆ ด้านอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์มวยสากล (สมัครเล่น) ของ 2 ชาติชั้นนำแห่งกลุ่มอาเซียนคู่นี้

ด้วยสถานการณ์ต่างๆ และด้วยประสบการณ์ต่างๆ จึงทำให้กลุ่มอาเซียนมีฉันทามติสนับสนุนอย่างเปิดเผย ด้วยการผลักดันให้พิชัย ชุณหวชิร ลงเลือกตั้งไอบ้าครั้งนี้อย่างเป็นทางการ

ดังนั้น นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย จึงตัดสินใจลงเลือกตั้งเป็นประธานสมาพันธ์มวยสากลแห่งทวีปเอเชีย (เอเอสบีซี) ซึ่งควบตำแหน่งรองประธานไอบ้า และกรรมการบริหารไอบ้า อีก 2 ตำแหน่งตามข้อบังคับแน่นอนแล้ว

การตัดสินใจของนายพิชัยดังกล่าวนี้ ประเมินได้ว่าเป็นทางเดินที่ไม่มีทางเลือกเป็นอื่น เพราะอยู่เฉยๆ ก็โดนหนักอยู่แล้ว ออกโรงสู้ก็โดนหนักไม่ต่างกัน แต่มีเงื่อนไขดีกว่าคือ ถ้าสู้แล้วชนะ หรือประสบความสำเร็จ ก็จะพลิกสถานการณ์ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

นี่คือบทสรุปข้อมูลเบื้องต้น สำหรับการติดตามผลการเลือกตั้งไอบ้าในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้

บทความก่อนหน้านี้สมหมาย ปาริจฉัตต์ : ทวิภาคีการศึกษาไทย-อินโดฯ
บทความถัดไปเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ : ขัวน้อยบ้านชีทวน